รายงาน : ตามไปดู …เด็กไทยสุดเจ๋ง ตะลุยแข่งหุ่นยนต์ระดับโลก

3.12.25 | 11:47 น.

ตามไปดู …เด็กไทยสุดเจ๋ง ตะลุยแข่งหุ่นยนต์ระดับโลก

ปิดฉากไปแล้วอย่างสวยงาม สำหรับการแข่งขันหุ่นยนต์ ระดับโลกอย่าง World Robot Olympiad 2025 (WRO 2025) ที่นำเยาวชนกว่า 90 ประเทศมาประชันฝีมือกัน ที่ Marina Bay Sands ประเทศสิงคโปร์ 

รวมถึงเยาวชนไทย กว่า 80 ชีวิต จาก 16 ทีม ที่ได้มีโอกาสบินลัดฟ้า เปิดประสบการณ์นอกห้องเรียน แสดงศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะการแก้ปัญหาที่พัฒนาและตั้งใจบ่มเพาะมาตลอดหลายเดือน

โดยการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดี อย่าง บริษัท แกมมาโก้ (ประเทศไทย) จำกัด, PTTEP, DAD และ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (OKMD) ที่ผลักดันให้เด็กไทยได้สัมผัส การแข่งขันเวทีระดับโลก…

งานนี้เด็กไทยโชว์ความสามารถ ไม่แพ้ชาติใดในโลก โดยทีม KMIDS NO.1 is here จากโรงเรียนสาธิตนานาชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) คว้ารองชนะเลิศประเภท Robo Sports และ ทีม KMIDS GFM คว้ารางวัลรองชนะเลิศ ประเภท Future engineers ไม่เพียงเท่านั้นยังมีทีม Panya Robot ติดโผอันดับ4 ประเภท Robosports และอันดับ5 จากทีม Brain Step ประเภท Robomission ระดับ Junior

Advertisement

แม้การแข่งขันแต่ละประเภทจะมีรูปแบบต่างกัน แต่สิ่งที่เห็นเด่นชัดคือ “พลังของการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ” เด็ก ๆ ต้องจัดการทั้งเวลา ความกดดัน การทำงานเป็นทีม และแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าในสนามจริง

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการOKMD กล่าวว่า OKMD พยายามสร้างโอกาสให้เด็กจากโรงเรียนรัฐ โดยเฉพาะโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลเข้าร่วมการแข่งขันในระดับภูมิภาคและระดับประเทศมากขึ้น ให้เด็กไทยที่มีศักยภาพทุกคนเข้าถึงโอกาสได้อย่างเท่าเทียม เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในระดับโลกเช่นนี้

“อุปสรรคสำคัญของเด็กไทยในสายเทคโนโลยีคือความเหลื่อมล้ำ เพราะการเข้าถึงสื่อการเรียนรู้ด้านหุ่นยนต์และเทคโนโลยีส่วนใหญ่ยังจำกัดอยู่ในกลุ่มครอบครัวชนชั้นกลางขึ้นไป ขณะที่เด็ก จำนวนมากในพื้นที่ห่างไกลหรือครอบครัวรายได้น้อยแทบไม่มีโอกาสสัมผัสสิ่งเหล่านี้ และนี่คือความท้าทายที่ OKMD อยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการลดช่องว่างเหล่านี้”นายทวารัฐ กล่าว

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ หรือ OKMD

ขณะที่ ด.ช.ธีรดนย์ พิเชฐพงศา ตัวแทนจากทีม KMIDS NO.1 is here เจ้าของรองชนะเลิศประเภท RoboSports กล่าวว่า รู้สึกดีใจอย่างมาก แม้จะเสียดายที่ไม่ได้ที่ 1 แต่จะเก็บเป็นบทเรียนเพื่อทำให้ได้รางวัลที่ดีขึ้นในปีถัดไป การแข่งจริงไม่เหมือนตอนซ้อม ทำให้ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอยู่ตลอด

“สิ่งที่ได้รับกลับไป ไม่ใช่แค่รางวัล แต่เป็นการเปิดโลกและพัฒนามุมมองทางเทคโนโลยี ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนต่างชาติ เรียนรู้จากคู่แข่ง ทำให้เห็นว่า เด็กไทยไม่ได้อยู่ในระดับที่ตามหลังใคร แต่กำลังอยู่ในจุดที่สามารถพัฒนาและไล่ทันประเทศอื่นๆได้ หากได้รับโอกาสและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ”ด.ช.ธีรดนย์ กล่าว

ด.ช.ธีรดนย์ พิเชฐพงศา ด.ญ.ดีกัญญ์ สุนทรสิทธิโสภา ด.ช.ศตพร ศรีประดู่ KMIDS NO.1 is here คว้ารองชนะเลิศประเภท Robo Sports

นายโชติพิสุทธิ์ มงคลวิสุทธิ์ หรือน้องยูฟ่า ตัวแทนจากทีม RoboSports เล่าว่า ตนเริ่มหันมาสนใจการแข่งขันหุ่นยนต์เพราะเกิดจากการที่ตอนเด็กๆผมเล่นตัวต่อ Lego แล้วรู้สึกอยากทำให้ขยับได้และเมื่อได้มารู้จักหุ่นยนต์ก็รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ความฝันได้จึงชอบเรื่องของหุ่นยนต์มาตั้งแต่เด็ก สะท้อนให้เห็นว่าความสนใจด้านเทคโนโลยีเกิดขึ้นตั้งแต่ระดับพื้นฐานที่สุด และเติบโตมาพร้อมกับการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง

“ผมคิดว่า การประดิษฐ์หุ่นยนต์มีประโยชน์ ไม่ใช่เพื่อการแข่งขัน แต่สามารถพัฒนาให้สามารถช่วยเหลือผู้คนได้ เช่น ในอุบัติเหตุต่างๆที่เสี่ยงอันตราย มนุษย์ไม่สามารถเข้าไปยังพื้นที่ประสบภัยได้ การแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่แค่การล่าเหรียญรางวัล แต่คือการโชว์วิสัยทัศน์ของคนที่มีศักยภาพที่อาจกลายเป็นผู้ช่วยชีวิตใครสักคนในอนาคต”น้องยูฟ่า กล่าว

นายโชติพิสุทธิ์ มงคลวิสุทธิ์ ตัวแทนจากทีม Panya Robot แข่งขันประเภท RoboSports

ความก้าวหน้าและวิสัยทัศน์ของเด็กไทยไม่ได้สะท้อนเฉพาะในสนามแข่งขัน แต่ยังปรากฏอย่างชัดเจนในโซน Future Innovators ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับแสดงแนวคิดนวัตกรรมเพื่ออนาคต หนึ่งในผลงานที่ได้รับความสนใจอย่างมาก คือเทคโนโลยีกายภาพบำบัดในรูปแบบถุงมืออัจฉริยะสำหรับนักบินอวกาศจากทีม KMIDS Haptic Glove Team จากโรงเรียนสาธิตนานาชาติ
สจล.

น้องแชมเปี้ยน -กิตติพัฒน์ สมิติษเฐียร เจ้าของผลงานดังกล่าว อธิบายว่า การทำถุงมือสำหรับนักบินอวกาศที่มักจะมีอาการผิดปกติในการหยิบจับของ เนื่องจากแรงโน้มถ่วงในอวกาศต่างจากโลก ทำให้ต้องไปกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลเพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ถุงมือนี้จะปรับสภาพตามผู้ใช้ด้วยเทคโนโลยีที่ใส่เข้าไปและเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ที่ทำการวัดค่าการใช้งานของผู้ใช้

“การได้เข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ ทำให้เห็นว่า ศักยภาพของเด็กไทยไม่ต่างจากประเทศอื่นและไม่รู้สึกกดดัน เพราะมองว่าทักษะต่าง ๆ ของการสร้างเทคโนโลยีหลายประเทศไม่ได้ต่างชั้นกับไทย”น้องแชมเปี้ยน กล่าว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า แม้นวัตกรรมหลายประเทศจะก้าวล้ำไปไกล แต่ก็ไม่ได้หนีจากเด็กไทยที่มีความกล้ามองอนาคต และมีเป้าหมายไม่แพ้ชาติใด

ด.ช.กิตติพัฒน์ สมิติษเฐียร และ ด.ช.ธีทัต จงรัตนเรืองสุข ทีม KMIDS Haptic Glove Team

เมื่อมองลึกลงไปในเบื้องหลังความสำเร็จของเด็กไทยบนเวทีนี้ สิ่งที่ขับเคลื่อนศักยภาพจำนวนมากไม่ใช่เพียงความสามารถของเด็กเท่านั้น แต่ยังมีแรงสนับสนุนจากครอบครัวที่คอยผลักดันอยู่ข้างหลัง

เช่นเดียวกับครอบครัวของ ด.ช.พรรษวัชร์ พงษ์เภตรารัตน์ หรือ น้องแซม ผู้เข้าแข่งขันประเภท RoboMission ที่ให้ความสำคัญกับการให้เด็กได้ทำตามความชอบ

น.ส.ปิยะดา ชัยอำนวย ผู้ปกครองของน้องแซม กล่าวว่า เด็ก ๆ ทุกคนมีความพยายามอย่างเต็มที่ มีการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ และได้รับการดูแลจากผู้ฝึกสอนอย่างใกล้ชิด ผู้ปกครองเองก็มีการสนับสนุนในการจัดเวลาสำหรับฝึกซ้อม เพราะเด็ก ๆ ก็ยังต้องเรียนและใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งก็จะต้องไม่ไปกระทบกับการเรียน รวมไปถึงการจัดหาอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ในการสร้างหุ่นยนต์ ซึ่งในอนาคตเทคโนโลยีต่าง ๆ จะพัฒนาขึ้นอย่างมาก หากประเทศไทยก้าวหน้า ก็จะต้องพัฒนาเรื่องเหล่านี้

น.ส.ปิยะดา ชัยอำนวย ผู้ปกครองของด.ช.พรรษวัชร์ พงษ์เภตรารัตน์

ตลอดเวลาการแข่งขัน เวที WRO 2025 ทำให้เห็นภาพที่ชัดว่า ความเหลื่อมล้ำ เป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงโอกาสการเรียนรู้ ประเทศไทยมีทรัพยากรมนุษย์ที่ทรงพลังรอวันเติบโต เพียงแค่ต้องมีระบบสนับสนุนที่แข็งแรงพอให้พวกเขาได้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคง

ความสำเร็จของเด็กไทยบนเวทีโลกไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากแรงสนับสนุนที่ตรงจุด

ท้ายที่สุด การเดินทางของเด็กไทยทั้ง 16 ทีมใน WRO 2025 ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันหุ่นยนต์ แต่คือบทพิสูจน์ว่า เด็กไทย มีศักยภาพไม่แพ้ชาติใดในโลก …

ด.ช. ศุภกร สุนทรธรรมรัต นาย ชญานนท์ นินยวี นาย ธรรมทัช จันทสาร ทีม KMIDS GFM คว้ารางวัลรองชนะเลิศ ประเภท Future engineer
นายชวกร ปรีชาติวงศ์ ผู้ฝึกสอนทีม Brian Step