เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ได้ลงนามในหนังสือถึงนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (กค.) เพื่อขอให้เจรจากับธนาคารออมสินให้คืนเงินจำนวน 9,600 ล้านบาท ซึ่งทางธนาคารออมสินได้หักจากเงินกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคง ตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ชำระหนี้แทนผู้กู้ที่ค้างชำระเกิน 3 งวดขึ้นไป คืนให้กับสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) รวมถึงทำหนังสือถึงคณะกรรมการธนาคารออมสินเพื่อเร่งรัดให้คืนเงินจำนวนดังกล่าวให้กับ สกสค.ด้วย เนื่องจากทางฝ่ายกฎหมายได้ตรวจสอบสัญญาที่อดีตเลขาธิการ สกสค.ทำไว้กับธนาคารออมสิน กรณีให้ธนาคารออมสินหักเงินจากกองทุนสนับสนุนพิเศษฯ เพื่อชำระหนี้แทนผู้ที่ค้างชำระเกิน 3 งวดขึ้นไปได้นั้น เป็นสัญญาฝ่ายเดียว ถือเป็นการทำนิติกรรมที่ไม่ถูกต้องนั้น ตนได้หารือเรื่องนี้กับรัฐมนตรีว่าการ กค.แล้ว ซึ่งทางรัฐมนตรีว่าการ กค.รับทราบว่าธนาคารออมสินกับ ศธ.ยังมีความเห็นเรื่องข้อกฎหมายที่ไม่ตรงกัน แต่ทาง กค.เองไม่สามารถไปสั่งการให้ธนาคารออมสินดำเนินการอะไรได้ เนื่องจากธนาคารออมสินไม่ใช่หน่วยงานในกำกับของ กค. แต่บริษัทที่รัฐถือหุ้นอยู่มากกว่า 50% กค.เหมือนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่ไม่ได้มีอำนาจในทางบริหารเลย ทั้งนี้ นายอภิศักดิ์มีข้อแนะนำว่า ทางที่ดีที่สุดคือให้เรื่องนี้เป็นข้อพิพาททางกฎหมาย ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ตัดสิน
“ทางธนาคารออมสินก็คิดว่าเขาทำถูก เพราะคนของธนาคารออมสินก็ต้องรายงานข้อมูลให้ผู้อำนวยการธนาคารของเขารับรู้ ไม่ตรงกับสิ่งที่เราคิด ซึ่งเป็นปกติ เพราะเขาคิดอย่างนี้เขาถึงหักเงินเรา ทาง ศธ.เองก็คิดว่า เรามีข้อมูลที่คิดว่าเขาทำไม่ถูกอยู่ เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ต้องพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ โดยผมได้นัดผู้อำนวยการธนาคารออมสินเข้ามาหารือกับในที่ประชุมคณะกรรมการสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ในวันที่ 15 พฤษภาคม เพื่อจะแก้ปัญหาในเรื่องที่เห็นไม่ตรงกัน แต่ถ้ายังเห็นไม่ตรงกันอีก เนื่องจากเป็นหน่วยงานของรัฐทั้งคู่ ศธ.จะเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ตัดสิน” นพ.ธีระเกียรติกล่าว

