เมื่อวันที่ 1 มีนาคม นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมหารือพิจารณามาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษา ที่มี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เป็นประธาน ได้หารือกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ ยธ.ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) หามาตรการแก้ไขปัญหา ซึ่งที่ประชุมมีข้อเสนอว่าควรจะต้องมีกฎหมายเข้ามาดูแลเรื่องนี้ และมีมาตรการ 4 ด้าน ดังนี้ 1.มาตรการต่อสถานศึกษา กรณีปล่อยปละละเลยไม่ดูแลเด็ก จะต้องรับผิดชอบ 2.มาตรการต่อผู้ปกครองหากปล่อยให้บุตรหลานไปกระทำความผิด 3.มาตรการต่อผู้ยุยงส่งเสริม อาทิ รุ่นพี่ ศิษย์เก่า หัวโจก ร้านค้าบริเวณรอบสถานศึกษาที่ยอมให้เก็บอาวุธ จะต้องได้รับโทษทางกฎหมายด้วย และ 4.มาตรการต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ กรณีครูฝ่ายปกครอง หรือสารวัตรนักเรียน ให้เพิ่มอำนาจในการกักตัวเด็กที่กระทำความผิดเฉพาะกรณีทะเลาะวิวาท ได้เป็นเวลา 6 ชั่วโมง เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป จากเดิมที่ไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้ ยังไม่แน่ใจว่าข้อเสนอดังกล่าวจะออกมาเป็นกฎหมาย หรือไปปรับแก้กฎเดิมที่ใช้อยู่ ซึ่ง ยธ.รับเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการเรื่องดังกล่าว
“ที่ประชุมเห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว เพราะอยากให้การแก้ปัญหาเด็กทะเลาะวิวาท มีมาตรการที่แก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อปัญหาเหล่านี้จะได้ลดลง แต่การแก้ไขกฎหมายต้องใช้ระยะเวลานาน ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติให้เสนอการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอใช้อำนาจหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 เพื่อให้มาตรการต่างๆ มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด”นายชัยพฤกษ์กล่าว

