ร.ร.ชายแดนปิดเรียนกว่าพันแห่ง สพฐ.เร่งดูแลเด็ก ย้ำเดินหน้านโยบายต่อ แม้ยุบสภา
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ในที่ประชุมได้มีการหารือถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งในปัจจุบันส่งผลให้มีสถานศึกษาจำนวน 1,112 แห่ง จำเป็นต้องปิดการเรียนการสอนเป็นการชั่วคราว ขณะเดียวกันยังมีโรงเรียนอีก 79 แห่ง ที่เปิดใช้เป็นศูนย์พักพิงเพื่อรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว
“สพฐ.มีความคาดหวังว่าสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนจะคลี่คลายและยุติลงโดยเร็วที่สุด เนื่องจากมีความห่วงใยต่อการจัดการเรียนการสอนของนักเรียนในพื้นที่เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม สพฐ.ก็เข้าใจถึงสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่มีความจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนและนักเรียนเป็นลำดับแรก ทั้งนี้ แม้โรงเรียนในพื้นที่ดังกล่าวจะต้องปิดการเรียนการสอน แต่สพฐ.ได้เตรียมการจัดชุดการเรียนรู้เสริมการสอนในช่วงระหว่างหยุดเรียน เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ต่อเนื่องได้ และช่วยให้การเรียนการสอนไม่เกิดการสะดุดหรือหยุดชะงัก ทั้งนี้สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้นั้น ได้รับรายงานยืนยันว่า ขณะนี้โรงเรียนทุกแห่งในพื้นที่ภาคใต้ได้กลับมาเปิดการเรียนการสอนตามปกติแล้ว”นายพิเชฐ กล่าว
นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สพฐ.เตรียมที่จะเริ่มดำเนินการปลูกฝังและส่งเสริมการเรียนการสอนในรายวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง โดยมีกำหนดเริ่มกิจกรรมในวันที่ 27 ธันวาคมนี้ ที่ จังหวัดพะเยา เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมด้านการเรียนรู้ดังกล่าว เนื่องจากจังหวัดพะเยาเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์หลากหลายและมีความเหมาะสมในการจัดกิจกรรมเชิงการเรียนรู้ควบคู่กับพื้นที่จริง ขณะเดียวกัน สพฐ.ยังมีแผนเตรียมจัดงานด้านนวัตกรรมการศึกษา โดยจะเป็นการจัดกิจกรรมร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ซึ่งจะมีการนำนวัตกรรมทางการศึกษาต่างๆ มาร่วมแลกเปลี่ยนและนำเสนอ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาในอนาคต
“ส่วนกรณีประเด็นการยุบสภาจะส่งผลกระทบต่อนโยบายสำคัญของสพฐ.หรือไม่นั้น นายพิเชฐ กล่าวว่า มองว่านโยบายของสพฐ.ยังคงจำเป็นต้องเดินหน้าต่อไป โดยเฉพาะโครงการปรับปรุงบ้านพักครูทั่วประเทศ ซึ่งเป็นนโยบายที่มีเป้าหมายในการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ครู เพื่อให้ครูมีสวัสดิการและสวัสดิภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงมีที่อยู่อาศัยที่มีความปลอดภัยอย่างไรก็ตามนโยบายดังกล่าวมีภาระผูกพันด้านงบประมาณ ทำให้สพฐ.จำเป็นต้องดำเนินการตามแนวปฏิบัติและระเบียบของทางราชการอย่างเคร่งครัด ว่านโยบายการปรับปรุงบ้านพักครูจะสามารถเดินหน้าต่อไปในทิศทางใดได้บ้าง ภายใต้กรอบงบประมาณที่มีอยู่ ทั้งนี้ สพฐ.มีความตั้งใจที่จะผลักดันนโยบายดังกล่าวให้เกิดผลสำเร็จอย่างแท้จริงในทางปฏิบัติ”นายพิเชฐ กล่าว

