หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา ติงเกณฑ์กู้ยื...

ติงเกณฑ์กู้ยืม’กช.’ไม่ตอบโจทย์ ร.ร.เอกชนติดเงื่อนไข-สกัดสิทธิ ห่วงเพิ่มภาระหนี้

23.12.25 | 16:57 น.

ติงเกณฑ์กู้ยืม’กช.’ไม่ตอบโจทย์ ร.ร.เอกชนติดเงื่อนไข-สกัดสิทธิ ห่วงเพิ่มภาระหนี้

นายศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.) เปิดเผยว่า กรณีคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) มีมติเห็นชอบปรับปรุงแก้ไขประกาศกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ ร่างประกาศ กช. เรื่องหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไข การกู้ยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน ในส่วนของการบริหารกิจการโรงเรียน พ.ศ.…และร่างประกาศกช. เรื่องหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ สำหรับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในส่วนของการบริหารกิจการโรงเรียน พ.ศ. …. นั้น ภาพรวมการอนุมัติเงินกู้ยังอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์เดิม ดังนั้นมติดังกล่าว จึงยังไม่ตอบโจทย์และไม่สามารถแก้ไขปัญหาของโรงเรียนเอกชนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักได้ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มภาระหนี้สิน ซึ่งในระยะยาวไม่เป็นผลดี

“เนื่องจากหลักเกณฑ์เดิม กำหนดให้โรงเรียนที่จะยื่นกู้ ต้องมีข้าราชการชำนาญการขึ้นไปค้ำประกัน หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตตามเงื่อนไข รวมถึงต้องดูว่าโรงเรียนมีงบอุดหนุนรายหัวเหลือเพียงพอหรือไม่ เพื่อให้สามารถนำไปหักชำระเงินกู้คืนได้ ไม่ต่ำกว่า10% ของยอดหนี้ทั้งหมด ซึ่งในทางปฏิบัติ โรงเรียนเอกชนที่ประสบภัยพิบัติ หรือโรงเรียนที่อยู่ในภาวะเสี่ยงปิดกิจการ แทบไม่มีความพร้อมในเงื่อนไขดังกล่าว และเท่าที่ดูมีโรงเรียนที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์อยู่5-10% เท่านั้น”นายศุภเสฏฐ์ กล่าว

นายศุภเสฏฐ์ กล่าวต่อว่า โรงเรียนเอกชนส่วนใหญ่คงจะไม่สามารถใช้ประโยชน์จากเงินกู้ในส่วนนี้ได้ เนื่องจากเงินอุดหนุนรายหัวที่ได้รับไม่เพียงพอ ทำให้เกิดวิกฤต โรงเรียนจำนวนมากต้องประคับประคองและช่วยเหลือตัวเอง ด้วยงบประมาณที่มีอย่างจำกัด ขณะที่สถานการณ์การยุบสภา ก็ส่งผลให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไม่สามารถจัดหางบเพิ่มเติมเพื่อมาช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนได้ ดังนั้นควรมีการจัดตั้งกองทุนหรือมาตรการช่วยเหลือในลักษณะให้เงินสนับสนุน โดยไม่ต้องชำระคืน โรงเรียนละ500,000 บาท เนื่องจากโรงเรียนขาดแคลนงบประมาณอย่างหนักในการฟื้นฟูความเสียหายจากภัยพิบัติ และในปัจจุบันยังมีอีกหลายแห่งที่ไม่สามารถเปิดสอนได้ แม้บางแห่งจะสามารถกลับมาเปิดเรียนได้ แต่ก็ต้องใช้งบประมาณในการฟื้นฟู บางแห่งใช้งบไปแล้วกว่า 10 ล้านบาท ”นายศุภเสฏฐ์ กล่าว