นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณี 10 มหาวิทยาลัยเอกชน ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)ลงไปตรวจสอบข้อมูล พบว่ามีการจัดการศึกษาที่ไม่เป็นไปตามาตรฐาน แบ่งเป็น หลักสูตรนอกสถานที่ตั้ง 78 หลักสูตร ที่จัดการศึกษาไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ใน 5 สถาบัน ขอปิดหลักสูตรไปแล้ว 56 หลักสูตร เหลือ 22 หลักสูตร ซึ่งสกอ. ขอให้งดรับนักศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2559 ในจำนวนนี้มี 3 หลักสูตรขอเปิดรับนักศึกษาในปีการศึกษา 2560 ซึ่งมหาวิทยาลัยจะต้องปรับปรุงการเรียนการสอนให้เป็นไปตามมาตรฐาน ส่วน อีก 20 หลักสูตร ใน 8 มหาวิทยาลัย ที่จัดการศึกษาไม่ได้มาตรฐานนั้น สภามหาวิทยาลัย ขอปิดไปแล้ว 3 หลักสูตร แจ้งให้งดรับนักศึกษา 3 หลักสูตร แก้ไขหลักสูตรตามเอกสาร 9 หลักสูตร รอดูการดำเนินการ 5 หลักสูตร โดย 2 ใน 5 หลักสูตรมีปัญหาจัดการศึกษาไม่เป็นไปตามที่สภาวิชาชีพกำหนด โดยรับนักศึกษาเกินกว่าที่สภาวิชาชีพกำหนด ว่า มีความก้าวหน้าเพิ่มเติม โดยมหาวิทยาลัยที่มีปัญหาได้เข้ามาพูดคุย ล่าสุด 20 หลักสูตร ใน 8 มหาวิทยาลัย ซึ่งเดิมขอปิดไปแล้ว 3 หลักสูตร แจ้งขอปิดเพิ่มอีก 1 หลักสูตรแต่ขอให้นักศึกษาที่ค้างท่อเรียนจนจบทั้งหมดก่อน ส่วน 9 หลักสูตร ที่สกอ.ให้ปรับปรุงตามเอกสาร มี 1 แห่งเสนองดรับนักศึกษาและขอปิดหลักสูตร เหลือ 8 หลักสูตรอยู่ระหว่างการปรับปรุง ส่วนหลักสูตรนอกสถานที่ตั้ง 78 หลักสูตร ที่จัดการศึกษาไม่ได้มาตรฐานใน 5 สถาบัน ข้อมูลยังคงเดิม คือขอปิดไปแล้ว 56 หลักสูตร งดรับนักศึกษา 22 หลักสูตร โดยตนจะเสนอข้อมูลในกกอ. รับทราบความคืบหน้าในการประชุมกกอ.เดือนพฤษภาคมนี้
เลขาธิการกกอ. กล่าวต่อว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ตนยังสรุปแนวทางแก้ไขปัญหามหาวิทยาลัยทั้ง 10 แห่งให้ คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ ประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เพื่อเสนอให้นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ใช้อำนาจรัฐมนตรีว่าการศธ. แก้ปัญหาแล้ว อย่างไรก็ตาม การดำเนินการครั้งนี้ ถือว่าเป็นไปตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักกษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2557 (ฉบับชั่วคราว) เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งให้อำนาจกกอ. ในการเสนอแนวทางแก้ปัญหาให้รัฐมนตรีว่าการศธ. พิจารณา
“ ที่ผ่านมากกอ.มีมติไปแล้ว ว่าจะดำเนินการอย่างไรกับมหาวิทยาลัยทั้ง 10 แห่งที่จัดการศึกษาไม่ได้มาตรฐาน แต่อนุญาตให้สกอ. เปิดเผยได้เฉพาะรายชื่อมหาวิทยาลัยและจำนวนหลักสูตรที่มีปัญหาเท่านั้น ไม่อนุญาตให้เปิดเผยแนวทางการดำเนินการ ซึ่งผมได้จัดทำเอกสารแนวทางการดำเนินการส่งให้ประธานกกอ. ลงนามเพื่อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการศธ.แล้ว จากนี้ก็ขึ้นอยู่กับกกอ. ว่าจะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการศธ. เมื่อไร ซึ่งตามอำนาจของรัฐมนตรีว่าการศธ. สามารถดำเนินการได้ 2 แนวทาง คือ1.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ตั้งคณะกรรมการควบคุม 2. ใช้อำนาจตามพ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชนพ.ศ.2546 ซึ่งมีโทษตั้งแต่ตักเตือน งดรับนักศึกษาเป็นรายวิชา เพิกถอนวิทยฐานะระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท หรือยกเลิกใบอนุญาตจัดตั้ง ซึ่งส่วนตัวคิดว่า แม้กกอ.จะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการศธ. ใช้อำนาจตามมาตรา44 ดำเนินการกับมหาวิทยาลัยทั้ง 10 แห่ง การดำเนินการก็จะต้องล้อตามพ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 อยู่ดี”นายสุภัทรกล่าว

