‘กมธ.’ ชง12ข้อปฏิรูปการศึกษาไทย จี้แก้วิกฤต-ดันยกเป็นวาระแห่งชาติ

9.01.26 | 13:46 น.

นายกมล รอดคล้าย สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา เปิดเผยว่า ประเทศไทยยังเผชิญปัญหาหลากหลาย ทั้งด้านคุณภาพและความเสมอภาค การพัฒนาในอดีตยังขาดความต่อเนื่องและปรับตัวล่าช้า ส่งผลให้ประเทศเสียโอกาสในการสร้างทุนมนุษย์ที่สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ คณะกรรมาธิการการศึกษาของวุฒิสภาได้เสนอประเด็นสำคัญเพื่อเป็นแนวทางวางรากฐานการปฏิรูปการศึกษา โดยเน้นว่าการศึกษาเป็น “วาระแห่งชาติ” ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนอย่างจริงจัง

นายกมลกล่าวต่อว่า ข้อเสนอสำคัญ ดังนี้ 1.การจัดลำดับความสำคัญทางการศึกษาการศึกษาไทยต้องถูกกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ และดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อลดความล่าช้าในการแก้ปัญหาที่ผ่านมา 2.ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับชนบทโรงเรียนขนาดเล็กกว่า 9,000 แห่ง ขาดแคลนครูและทรัพยากร การเพิ่มงบประมาณไม่ใช่ทางออกเพียงอย่างเดียว แต่ควรปรับรูปแบบการจัดการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
3.การใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาควรใช้เครื่องมือดิจิทัล คอมพิวเตอร์ และปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ เพื่อลดช่องว่างการเรียนรู้ 4.การวางรากฐานในช่วงรัฐบาลเปลี่ยนผ่านแม้จะอยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาการ ก็สามารถเริ่มต้นวางโครงสร้างการปฏิรูป 5.การพัฒนาครูอย่างเร่งด่วน การจัดอบรมครูเฉพาะทาง เช่น ครูภาษา 10,000 คน และสนับสนุนทุนศึกษาต่อระดับสูงในต่างประเทศ เพื่อยกระดับสมรรถนะครู

7.ผลิตครูในรูปแบบปิดคล้ายการผลิตบุคลากรทหารหรือตำรวจ โดยให้ทุนการศึกษาและบรรจุงานทันที 8.การกระจายอำนาจสู่จังหวัดควรกระจายการจัดการศึกษาและงบประมาณลงสู่จังหวัด เพื่อให้สามารถพัฒนาตามบริบทท้องถิ่นได้ พร้อมสนับสนุนภาคเอกชนในพื้นที่จัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้เรียน 9.ยกระดับมหาวิทยาลัยสู่สากลภายในปี 2573 กำหนดเป้าหมายให้มหาวิทยาลัยไทยติดอันดับ Top 10 ของอาเซียนอย่างน้อย 3 แห่ง และ Top 100 ของเอเชียอย่างน้อย 10 แห่ง 10.การเรียนร่วมกับการทำงาน หลักสูตรอุดมศึกษาควรเป็นแบบสหกิจศึกษาและเปิดโอกาสให้นักเรียนมัธยมศึกษาล่วงหน้า 11.การพัฒนาทักษะแรงงานควรมีระบบพัฒนาทักษะแรงงานอย่างต่อเนื่อง ด้วยคูปองทักษะที่รัฐ นายจ้าง และลูกจ้างร่วมสนับสนุน รวมถึงเพิ่มสัดส่วนงบวิจัยและพัฒนาให้ถึง 2% ของ GDP และ 12.การส่งเสริมอาชีวศึกษาปรับสัดส่วนผู้เรียนสายสามัญและสายอาชีวะเป็น 50:50 เชื่อมโยงเส้นทางการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา

“ข้อเสนอทั้ง 12 ประการนี้สะท้อนความพยายามของฝ่ายนิติบัญญัติในการวางรากฐานการปฏิรูปการศึกษาไทย โดยมุ่งลดความเหลื่อมล้ำ สร้างระบบครูที่มีคุณภาพ ปรับหลักสูตรให้ทันสมัย กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และยกระดับสถาบันอุดมศึกษาให้แข่งขันในระดับนานาชาติ หากได้รับการดำเนินการอย่างจริงจัง จะช่วยยกระดับศักยภาพทุนมนุษย์ของประเทศและวางรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต” นายกมลกล่าว