นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ奇货可居/奇貨可居qí huò kě jū (ฉี ฮั่ว เข่อ จวี) โดย คำว่า
奇 qí (ฉี) แปลว่า แปลกประหลาด ของหายาก
货/貨 huò (ฮั่ว) แปลว่า สิ่งของ สินค้า
可 kě (เข่อ) แปลว่า สามารถ
居 jū (จวี) แปลว่า อาศัย ในที่นี้คืใช้พึ่งพาได้ สะสมไว้ได้
เมื่อร่วมกันแล้วหมายถึง สินค้าหรือสิ่งของที่แปลกประหลาดย่อมมีคุณค่าที่จะสะสม มักใช้ทางการเมือง เช่น นักธุรกิจมักยอมออกเงินทุนมากมายเพื่อช่วยเหลือนักการเมืองที่มีอนาคต เพื่อหวังผลตอบแทนในอนาคต มาดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตจีนนี้กัน
ประเทศจีนในช่วง 265 ปีก่อนค.ศ. เป็นยุคจ้านกั๋ว 战国/戰國 Zhànɡuó ยุครัฐศึก ประเทศจีนในช่วงนี้แตกออกเป็นหลายรัฐ แต่ละรัฐต่างต้องการเป็นใหญ่ จึงมีการรวมกลุ่มเป็นพันธมิตร หรือแตกแยกก่อศึกสงครามต่อกัน โดยต่างก็ต้องการรวมแผ่นดินให้เป็นของตนแต่เพียงผู้เดียว และในช่วงนี้ก็เป็นยุคที่ก่อเกิดเหล่านักคิด นักยุทธศาสตร์ และนักคิดทางการเมืองมากมายด้วยเช่นกัน การเมืองระหว่างรัฐที่นิยมปฏิบัติการมากในยุคนั้น ก็คือการเชื่อมความสัมพันธ์กันผ่านตัวแทน โดยรัฐต่าง ๆ จะคัดสรรองค์ชายแห่งรัฐผู้ที่เจ้าผู้ครองรัฐมักมองว่าไม่มีประโยชน์อันใดในรัฐได้แล้ว ส่งไปเป็นทูตสันถวไมตรียังรัฐอื่น ซึ่งหากรัฐทั้งสองยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน องค์ชายก็จะได้รับการปรนนิบัติอย่างดี แต่หากวันใดสองรัฐนี้เกิดความขัดแย้งหรือเกิดศึกระหว่างกันขึ้นมา องค์ชายก็จะเป็นคนแรก ๆ ที่โดนคู่กรณีจับประหาร หรือทอดทิ้งไม่เหลียวแล ซึ่งเราอาจเรียกได้ว่าองค์ชายตัวประกันแห่งรัฐก็ดูเข้าทางดี
มีองค์ชายนามว่าจื๋อฉู่子楚Zǐ Chǔ จื๋อฉู่ ถูกเจ้าผู้ครองรัฐฉิน 秦国/秦國Qín Guó ฉินกั๋ว ซึ่งเป็นปู่ของตนส่งตัวไปเป็นทูตสันถวไมตรียังรัฐจ้าว 赵国/趙國 Zhào Guó แต่ต่อมาสองรัฐเกิดความขัดแย้งกันหนักถึงขั้นก่อศึกต่อกัน องค์ชายจื๋อฉู่จึงถูกเย็นชาจากทางการจ้าว เขาต้องอยู่อย่างยากลำบาก ถึงขั้นเสื้อผ้าจะใส่ในฤดูหนาวยังมีไม่เพียงพอ อาหารการกินยิ่งไม่ต้องพูดถึง ต้องอด ๆ อยาก ๆ ชีวิตช่างรันทด ในช่วงวลานี้ มีพ่อค้าผู้มั่งคั่งคนหนึ่งชื่อ ลฺหวี่ ปู้เหวย 吕不韦/呂不韋 Lǚ Bùwéi เขามีไหวพริบการค้าขายแลกเปลี่ยน เก่งกาจการเก็งกำไร ผ่านเข้ามาในชีวิตขององค์ชาย พ่อค้าอย่างลฺหวี่ ปู้เหวย เมื่อมีโอกาสรู้จักกับองค์ชายจื๋อฉู่ จึงรู้ว่าองค์ชายผู้นี้ยังมีโอกาสเป็นเจ้าผู้ครองรัฐได้ในอนาคต เพราะบิดาขององค์ชายก็คือองค์รัชทายาทของเจ้าผู้ครองรัฐฉิน ซึ่งก็คือปู่ขององค์ชายนั่นเอง องค์รัชทายาทมีลูกชายเพียงคนเดียวก็คือเขา เมื่อเขาศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดแล้วจึงอุทานขึ้นว่า 奇货可居/奇貨可居 “นี่คือสินค้าหายากที่ควรค่าแก่การสะสม!” ลฺหวี่ ปู้เหวยนำเสนอแผนการลงทุนให้บิดา และบิดาก็ให้การสนับสนุนเต็มที่ ลฺหวี่ ปู้เหวย จึงทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเพื่อติดสินบนข้าราชการสองรัฐ และเมื่อนำตัวองค์ชายออกจากรัฐจ้าวได้ ก็ซ่อนตัวอยู่รัฐฉิน ส่วนลฺหวี่ ปู้เหวย ก็ใช้ทรัพย์สินเงินทองซื้อใจผู้ปกครองรัฐฉินได้ องค์ชายจื๋อฉู่จึงได้รับแต่งตั้งเป็นองค์รัฐทายาทคนต่อไป และต่อมาก็ได้เป็นเจ้าผู้ครองรัฐฉิน องค์ชายจื๋อฉู่คนนี้ก็คือบิดาของจักรพรรดิฉินฉื่อหวง 秦始皇Qínshǐhuánɡ จิ๋นซีฮ่องเต้นั่นเอง
ส่วนพ่อค้าหัวใสอย่างลฺหวี่ ปู้เหวยที่ยอมทุ่มทั้งเงินทองและเวลา ก็ได้รับผลตอบแทนอย่างมหาศาลชนิดประเมินค่ามิได้เช่นกัน นั่นคือ ได้เป็นถึงอัครมหาเสนาบดีอย่างยาวนานตั้งแต่รุ่นองค์ชายจื๋อฉู่ (พ่อของจิ๋นซี) ยันรุ่นลูก (จิ๋นซีฮ่องเต้) เลยทีเดียว เขามีอำนาจและมีทรัพย์สินเงินทองร่ำรวยระดับเลี้ยงดูบัณฑิตปัญญาชนได้ถึง 3,000คน แต่งตำราประวัติศาสตร์เล่มใหญ่ที่มีอักษรรวมกว่าสองแสนตัว จึงนับได้ว่าเป็นพ่อค้าที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:拿专长或独占的东西作为资本,等待时机,以捞取名利地位。
成語比喻:拿專長或獨佔的東西作為資本,等待時機,以撈取名利地位。
Chénɡyǔ bǐyù:Ná zhuānchánɡ huò dúzhàn de dōnɡxī zuòwéi zīběn, děnɡdài shíjī, yǐ lāoqǔ mínɡlì dìwèi.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: หนา จวนฉาง ฮั่ว ตู๋จ้าน เตอะ ตงซี จั้วเหวย จือเปิ่น, เติ่งไต้ ฉือจี, อี่ เลาฉวี่ หมิงลี่ ตี้เว่ย
สุภาษิตเปรียบว่า เอาความเชี่ยวชาญหรือทรัพย์สินของตนมากักตุนไว้เป็นทุน เพื่อรอคอยโอกาสที่เหมาะสม แล้วจึงแสวงหากำไรและชื่อเสียงเกียรติยศจากมัน
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
当我发现一件罕见的明代瓷器后,我将其精心收藏,奇货可居,等待适合时机出售高价。
當我發現壹件罕見的明代瓷器後,我將其精心收藏,奇貨可居,等待適合時機出售高價。
Dānɡ wǒ fāxiàn yījiàn hǎnjiàn de mínɡdài cíqì hòu, wǒ jiānɡ qí jīnɡxīn shōucánɡ,qíhuòkějū,děnɡdài shìhé shíjī chūshòu ɡāojià.
ตังหวั่ว ฟาเซี่ยน อีเจี้ยน หานเจี้ยน เตอะ หมิงไต้ ฉือชี่ โห้ว, หวั่ว เจียง ฉี จิงซิน โฌวฉาง, ฉี ฮั่ว เข่อ จวี, เติ่งไต้ ฉื้อเหอ ฉือจี ชูโฉ้ว เกาเจี้ย
หลังจากที่ผมค้นพบเครื่องลายครามสมัยราชวงศ์หมิงที่หายากชิ้นหนึ่ง ผมก็เก็บมันไว้อย่างดี และรอจังหวะที่เหมาะสมเพื่อขายมันในราคาสูง
