สกร.ดัน “สร้างป่า สร้างรายได้” ต้นแบบเรียนรู้จากป่าสู่รายได้ชุมชน

23.01.26 | 12:17 น.

สกร.ดัน “สร้างป่า สร้างรายได้” ต้นแบบเรียนรู้จากป่าสู่รายได้ชุมชน


เมื่อวันที่ 23 มกราคม นางเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เป็นประธานในงานแถลงข่าวการประชุมวิชาการโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้แนวคิด “13 ปี สร้างป่า สร้างรายได้ สร้างถิ่นไทยให้เข้มแข็ง” โดยมีผู้บริหารของสกร. และ กรมป่าไม้ เข้าร่วม

นางเกศทิพย์ กล่าวว่า โครงการ “สร้างป่า สร้างรายได้” มีจุดเริ่มต้นจากพระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงห่วงใยปัญหาการทำลายป่าไม้ การบุกรุกพื้นที่ป่า และการใช้สารเคมีในภาคเกษตร ซึ่งส่งผลต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตของชุมชน โดยตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2556 ได้มีการขับเคลื่อนโครงการอย่างต่อเนื่องผ่านความร่วมมือเชิงบูรณาการของหลายหน่วยงาน ทั้งกรมป่าไม้ สกร. สถาบันการศึกษา หน่วยงานด้านเกษตร ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่

“โครงการดังกล่าวพัฒนาบนแนวคิด ป่าเป็นพื้นที่การเรียนรู้ โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นฐานสร้างองค์ความรู้ และเชื่อมโยงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเข้ากับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและรายได้ของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม จนเกิดเป็นแนวคิด “สร้างป่าในใจคน” ควบคู่กับการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) การเรียนรู้ที่ยั่งยืน ในปีนี้ สกร.ในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพ ได้ขับเคลื่อนโครงการในเชิงระบบมากขึ้น โดยวางโครงสร้างการดำเนินงานตั้งแต่ ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ เริ่มจากพื้นที่ป่าเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นน้ำ การพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนรู้เป็นกลไกกลางน้ำ และการต่อยอดสู่การสร้างอาชีพ รายได้ และแบรนด์ชุมชนในระดับปลายน้ำ”นางเกศทิพย์ กล่าว

Advertisement

นางเกศทิพย์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของ กลางน้ำ ได้มีการพัฒนาหลักสูตรและแผนการเรียนรู้ที่สามารถเชื่อมโยงกับพระราชบัญญัติกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 โดยเฉพาะแนวคิด Credit Bank หรือ ธนาคารหน่วยกิต เพื่อให้การเรียนรู้จากพื้นที่จริงสามารถสะสมหน่วยกิต และนำไปใช้ต่อยอดในระบบการศึกษาได้ ขณะเดียวกันยังเน้นกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ เพื่อให้ความรู้สามารถนำไปใช้จริง ไม่ใช่เพียงองค์ความรู้เชิงทฤษฎี ขณะที่ในระดับ ปลายน้ำ ได้มีการยกระดับผลผลิตจากป่าและพื้นที่เรียนรู้ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์เชิงเศรษฐกิจ ผ่านการสร้างแบรนด์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการพัฒนาคุณภาพสินค้า เช่น เลมอน กาแฟ สมุนไพร เส้นใย พริก และผลิตภัณฑ์จากป่าอื่น ๆ จนสามารถพัฒนาเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ และสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนและชุมชน

“เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การปลูกป่าในเชิงกายภาพ แต่เป็นการปลูกป่าในใจคน ทำให้ป่ากลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งอาชีพ และแหล่งรายได้ที่ยั่งยืน ซึ่งสะท้อนแนวคิด Learn to Earn อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้โครงการยังมีการติดตามประเมินผลอย่างเป็นระบบในพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ น่าน ตาก แม่ฮ่องสอน และ เลย เพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบเชิงนโยบาย และเตรียมขยายผลในอนาคต ผ่านการสร้างองค์ความรู้ หลักสูตร และโมเดลการเรียนรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่น ๆ ได้ แม้จะไม่ใช่พื้นที่ป่าของกรมป่าไม้โดยตรง แต่สามารถใช้แนวคิด พื้นที่สีเขียวเป็นฐานเรียนรู้ เชื่อมโยงกับการพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้เช่นเดียวกัน” นางเกศทิพย์ กล่าว

นางเกศทิพย์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ สกร. ขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมงานแถลงข่าวและการประชุมวิชาการโครงการ สร้างป่า สร้างรายได้ ตามพระราชดำริ ภายใต้แนวคิด 13 ปี สร้างป่า สร้างรายได้ สร้างถิ่นไทยให้เข้มแข็ง ในวันที่ 30–31 มกราคม ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ  จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งภายในงานจะมีการจัดแสดงผลงาน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และ กาดนัดผลิตภัณฑ์ชุมชน จากเครือข่ายโครงการ เพื่อสะท้อนผลลัพธ์เชิงรูปธรรมของการพัฒนาองค์ความรู้จากป่าสู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน