นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) มีมติเห็นชอบร่างระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งด้านพัสดุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. …. เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบกระทรวงการคลัง โดยสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ปรับปรุงแก้ไขระเบียบดังกล่าวให้สอดคล้องกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งด้านพัสดุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2567 ที่ประกาศใช้ไปเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2567 เพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานพัสดุ และตำแหน่งนักวิชาการพัสดุ ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ หรือหัวหน้าเจ้าหน้าที่ ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรมาตรฐานวิชาชีพด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด และสอดคล้องกับมาตรฐานตำแหน่งเจ้าพนักงานพัสดุ และนักวิชาการพัสดุ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบงานจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุในลักษณะเดียวกับข้าราชการพลเรือน ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตามระเบียบนี้

“การปรับปรุงระเบียบครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านสิทธิประโยชน์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากับข้าราชการประเภทอื่น โดยเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณาจ่ายเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานพัสดุและนักวิชาการพัสดุอย่างชัดเจน” นางนฤมล กล่าว

ด้านนายธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวว่า ระเบียบดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ปฏิบัติงานด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีความรับผิดชอบสูง และความเสี่ยงสูงเนื่องจากต้องปฏิบัติงานในการใช้จ่ายงบประมาณของแผ่นดิน โดยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษนี้จะจ่ายเพิ่มเติมจากเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง ในอัตรา 2,000 – 6,000 บาท ต่อเดือนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ถือเป็นเงินเพิ่มรายเดือนพิเศษเพิ่มเติมสำหรับข้าราชการที่ทำงานด้านพัสดุ และผ่านการอบรมในหลักสูตรที่กรมบัญชีกลางกำหนด รวมถึงต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบด้วย ซึ่งภายหลังจาก ก.ค.ศ. เห็นชอบแล้ว จะนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาให้ความเห็นชอบและประกาศใช้ต่อไป
“นอกจากนี้ที่ประชุม ก.ค.ศ. ยังมีมติเห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์การคัดเลือก ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการ สำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอและจังหวัด ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เห็นชอบแต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเพื่อพิจารณารางวัลจากผลงานเชิงประจักษ์ซึ่งส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษา เป็นผู้พิจารณากลั่นกรองรางวัลเชิงประจักษ์ เพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถนำมาใช้ในการขอมีหรือเลื่อนวิทยะฐานะตาม ว1/2569 นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มอบหมายให้ สพฐ. และ สำนักงาน ก.ค.ศ. หารือร่วมกันเพื่อพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ สังกัด สพฐ. ก่อนนำเสนอให้ ก.ค.ศ. พิจารณาต่อไป”นายธนู กล่าว

