‘นักวิชาการ’ จี้ครูต้นแบบประชาธิปไตย สกัด ‘รมต.’ โควต้า

2.02.26 | 11:53 น.

นายอดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา เปิดเผยว่า โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ยังไม่เห็นพรรคที่มีนโยบายพัฒนาการศึกษาไทยที่ชัดเจน ทั้งในมิติของโครงสร้างระบบ บริหารจัดการ หลักสูตร และคุณภาพผู้เรียน หลายพรรคยังอยู่ในลักษณะการแยกส่วนระหว่างโครงสร้าง หลักสูตร บทบาทครู เทคโนโลยี และสวัสดิการ ไม่มีการเชื่อมโยงเป็นระบบ และไม่สามารถตอบโจทย์ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศได้อย่างแท้จริง  ที่สำคัญ แทบไม่พบการนำเสนอนโยบายด้านการอุดมศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม


นายอดิศร กล่าวต่อว่า สำหรับพรรคภูมิใจไทยได้ เสนอแนวคิด “โรงเรียนเสมือนจริง” หรือ  Anywhere Anytime ซึ่งเป็นแนวคิดเรียนได้ทุกที่ทุกเวลาในรูปแบบ Virtual School ถือเป็นแพลตฟอร์มที่น่าสนใจ  พรรคกล้าธรรมได้เสนอแนวคิดกองทุนนวัตกรรมอาชีวศึกษา สะท้อนการมองว่าอาชีวะเป็นกลไกผลิตกำลังคนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ขณะที่พรรคเพื่อไทย นโยบายด้านการศึกษายังคงยึดกรอบเดิม เช่น โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุนการศึกษา ไม่เห็นการปรับโครงสร้างเชิงระบบอย่างชัดเจน ในส่วนพรรคประชาชนนโยบายมีอัตลักษณ์ชัดในมิติสิทธิ เสรีภาพ แต่ก็ยังมีข้อสงสัยเรื่องโรงเรียนขนาดเล็กที่ประสบปัญหาขาดแคลนครู  ประชาธิปัตย์ ชู เรียนฟรีถึงปริญญาตรี การขยายสวัสดิการด้านการศึกษา อาหารกลางวัน นม ซึ่งสะท้อนแนวทางประชานิยมด้านการศึกษา โดยยังคงเป็นการต่อยอดนโยบายเดิมที่เคยประสบความสำเร็จมากกว่าการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ทั้งนี้ ยังไม่เห็นพรรคใดเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่อำนาจรวมศูนย์อยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทั้งที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ดังนั้นจึงมองไม่เห็นความหวังในการพัฒนา

นายสมพงษ์  จิตระดับ  นักวิชาการด้านการศึกษา กล่าวว่า ครูเป็นบุคคลสำคัญในการสร้างและออกแบบประชาธิปไตย แบบการมีส่วนร่วมทางการเมือง ดังนั้นจึงอยากให้มาช่วยกันรณรงค์ ทั้งการจัดกิจกรรมจำลอง บทบาทสมมติ การพัฒนาพูดคุยเปรียบเทียบสรุปแนวคิดสำคัญตามหลักประชาธิปไตย ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่สามารถสอดแทรกเข้าไปในการเรียนการสอน โดยเฉพาะผลร้ายของการซื้อสิทธิขายเสียง

“โค้งสุดท้ายอยากให้ครูทั่วประเทศช่วยกันรณรงค์ การเลือกตั้งที่โปร่งใส เพราะครูคือผู้ออกแบบประชาธิปไตยไม่ใช่หัวคะแนน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ ที่ต้องพยายามติดตามพรรคการเมืองใดเสนอนโยบายที่ดี มีการเปรียบเทียบ วิพากวิจารย์ก่อนตัดสินใจ ที่สำคัญ ต้องทำความเข้าใจกติกาการเลือกตั้ง โดยเฉพาะบัตรเลือกตั้งซึ่ง มีทั้งหมด 3 ใบ  3 สี คือ เขียว ชมพู เหลือง แต่ละสีให้สิทธิในการเลือกไม่เหมือนกัน ต้องให้เด็กแยกแยะให้ถูกต้องอาจให้มีการจำลองการเลือกตั้งในโรงเรียน เพื่อฝึกให้เด็กได้ใช้วิจารณญาณ และสุดท้าย อยากให้ช่วยกันดูตัวบุคคลที่แต่ละพรรคจะส่งมาแบบรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ขอให้มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสม แก้ปัญหารัฐมนตรี โค้วตา ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก ”นายสมพงษ์ กล่าว

Advertisement