นายณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) เปิดเผยว่า ตามที่พรรคภูมิใจไทยได้รับการเลือกตั้งเป็นพรรคอันดับ 1 นั้น อยากฝากให้เดินหน้านโยบายเรื่องการลดภาระครู และอยากให้ทบทวนนโยบายเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา หรือ Anywhere Anytime ที่ให้แต่ละสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ดำเนินการเช่าซื้ออุปกรณ์เสริมการสอน อาทิ แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก และโครมบุ๊ก ตามความต้องการของแต่ละเขตพื้นที่ฯ โดยอยากให้มีการสอบถามความต้องการที่แท้จริงของโรงเรียน ซึ่งเท่าที่ประเมินภาพรวมโรงเรียนอยากได้ คอมพิวเตอร์ PC (Personal Computer) มากกว่าแท็บเล็ต ทั้งนี้เมื่อได้ความต้องการที่แท้จริงแล้ว ก็ให้ส่วนกลางกำหนดสเปก เพื่อป้องกันไม่เกิดปัญหา ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีงบประมาณในส่วนนี้ค้างอยู่จำนวนมาก เพราะโรงเรียนหลายแห่ง ไม่ยอมรับอุปกรณ์
นายณรินทร์กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน ยังอยากให้เร่งจัดอัตราพนักงานราชการ มาทำหน้าที่ครูการเงินและบัญชี โดยให้สิทธิประโยชน์ เพื่อดึงดูดคนให้มาทำหน้าที่ดังกล่าว ช่วยลดภาระครูได้ทำหน้าที่สอน ไม่ต้องทำหน้าที่อื่น ทำให้มีความกดดัน จนคิดสั้นเกิดเป็นความสูญเสียเช่นที่ผ่านมา ส่วนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูนั้น ไม่จำเป็นต้องตั้งสหกรณ์กลางของสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) แต่ให้หาเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้สหกรณ์ที่มีประสิทธิภาพบริหารจัดการ รวมถึงอยากให้เร่งกระจายอำนาจสู่โรงเรียนโดยเฉพาะการบริหารจัดการบุคลากร อาทิ การสอบบรรจุครูผู้ช่วย ที่ควรให้อำนาจโรงเรียนดำเนินการ เพราะถือเป็นผู้ใช้ที่จะรู้ว่า ขาดแคลนครูในสาขาใดบ้าง รวมถึงการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ ที่ต่ำกว่าระดับเชี่ยวชาญ คือ ระดับชำนาญการ และชำนาญการพิเศษ ที่ไม่ควรไปกระจุกตัวให้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เพียงหน่วยงานเดียว แต่ควรกระจายให้เขตพื้นที่ฯ ดำเนินการแทน
“ส่วนคุณสมบัติคนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นั้น ถ้าเป็นไปได้ ไม่อยากได้รัฐมนตรีโควต้า และรัฐมนตรีทายาทการเมือง อยากได้คนที่มีวุฒิภาวะหรือมีประสบการณ์ด้านการศึกษา มาบริหารกระทรวง ที่สำคัญอยากให้เป็นคนที่มาจากพรรคตัวจริง ที่มีอำนาจในการตัดสินใจอย่างเต็มที่” นายณรินทร์กล่าว

