‘ราชภัฎ’ขอนักเทคโนแครต คุมอว.แก้เหลื่อมล้ำมหา’ลัย ขจัดมาเฟียงานวิจัย

11.02.26 | 14:48 น.

‘ราชภัฎ’ขอนักเทคโนแครต คุมอว.แก้เหลื่อมล้ำมหา’ลัย ขจัดมาเฟียงานวิจัย

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ นายอดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)นครราชสีมา ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมรภ. เปิดเผยว่า ตามที่พรรคภูมิใจไทย ได้รับการเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 เพื่อจัดตั้งรัฐบาลนั้น สำหรับสเปกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นั้น ส่วนตัวอยากได้คนที่มีความรู้ ความเข้าใจถึงโครงสร้างของอว. ซึ่งมีโครงสร้างแบบบูรณาการ ทั้งงานของมหาวิทยาลัย งานวิจัยและ วิทยาศาสตร์ โดยทั้ง 3 ส่วนต้องมีความสมดุล เพื่อให้เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกัน ดังนั้นคนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการอว. ต้องมีความเข้าใจ และเป็นนักบูรณาการบริหารความสมดุล เพราะอว.ไม่ได้มีเฉพาะงานวิชาการ แต่มีเรื่องของเศรษฐกิจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย รวมถึงต้องมีบทบาทในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อทำหน้าที่ชี้แนะอนาคตของประเทศ ว่า ควรจะเป็นไปในทิศทางใด

นายอดิศร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ บทบาทของรัฐมนตรี อว. ไม่จำเป็นต้องมานั้นบริหาร ผู้บริหาร หรืออธิการบดี แต่ต้องออกไปต่างประเทศ เพื่อดึงดูดนักลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา เพราะอว. เป็นแหล่งร่วมนวัตกรรม และงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศได้ ที่สำคัญอยากฝากให้ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ระหว่างมหาวิทยาลัย อย่าให้มหาวิทยาลัยใหญ่ดูดทรัพยากรของมหาวิทยาลัยเล็ก และสุดท้ายขอให้เร่งแก้ปัญหามาเฟียทางวิจัยการที่แฝงตัวอยู่ในบอร์ดต่าง ๆ ของอว.

“สิ่งที่พูดทั้งหมดคือ สเปกรัฐมนตรี อว. ซึ่งโดยรวมอยากได้ นักเทคโนแครต ที่มีความเชี่ยวชาญทางวิชาการและเทคนิค ที่มีประสบการณ์จริง เข้ามาบริหารอว. ส่วนตำเป็นต้องมาจากพรรคภูมิใจไทย เพื่อให้มีอำนาจในการตัดสินใจเต็มที่หรือไม่นั้น ก็อาจไม่จำเป็น แต่ขอให้เป็นผู้ที่มีวความรู้ความสามรถและมีประสบการณ์จริง ส่วนเรื่องปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างมหาวิทยาลัยในต่างจังหวัด และมหาวิทยาลัยเก่าแก่ หรือมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ นั้น เป็นปัญหามายาวนาน โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ งานวิจัย ที่มหาวิทยาลัยขนาดเล็ก รวมถึงกลุ่มมรภ. ถูกปิดกั้น และมีความแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ขณะที่งบวิจัยจากแหล่งทุนต่าง ๆ ก็ได้รับค่อนข้างน้อย เพราะไม่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนทักษะในการทำงานบูรณาการ แต่มะมหาวิทยาลัยต่างคนต่างทำ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยใหญ่ ซึ่งแต่ไม่ช่วยมหาวิทยาลัยอื่น เพิ่มองค์ความรู้ ดังนั้น หากทำได้แบบนี้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยี ไม่ใช่มีแต่แบ่งกลุ่ม ทำให้ต่างคนทำต่าง ไม่มีการบูรณาการงานที่มีประสิทธิภาพ และผู้จะแก้ปัญหานี้ได้ คือ รัฐมนตรีอว.” นายอดิศรกล่าว