‘วิชัย ทองแตง’ ยื่นหนังสือลาออกนายกสภาฯมทร.ตะวันออก

13.02.26 | 12:56 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิชัย ทองแตง เจ้าของธุรกิจ โรงพยาบาลเอกชน ในเครือพญาไท เปาโล ส่งหนังสือ ขอแสดงเจตนาลาออกจากตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยราชมงคล ตะวันออก ความว่า

ผมได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยราชมงคล ตะวันออก เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2568 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 25668 ด้วยความปีติยินดีและมุ่งหวังอย่างสูงที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนายกระดับการศึกษาของชาติ

นับแต่เข้ารับตำแหน่ง ผมได้รับการต้อนรับที่ดีมากจากประชาคม มทร. รู้สึกภาคภูมิใจในฐานะที่เป็นคนชลบุรี ซึ่งมีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะได้มีส่วนในการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก (EEC)โดยเฉพาะการสร้างทักษะมนุษย์เพื่อเข้าทำงานในบริษัทต่าง ๆ ทั้งในและนอกประเทศ ที่เข้าลงทุนในประเทศไทย ทั้งนี้แมใต้แจ้งในที่ประชุมว่าผมขอไม่รับเงินเดือนในตำแหน่งยกสภาฯ

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ผมได้รับเชิญไปเปิดงานและบรรยายพิเศษในกิจกรรมสร้างรายได้จากทรัพย์สินทางปัญญาที่โรงแรม โอ๊ควูด อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นการร่วมงานสัมนาเชิงวิชาการครั้งแรก ในช่วงท้ายของการบรรยายผมได้แจ้งต่อที่ประชุมตลอดจนนักวิจัยและนักวิชาการของ มทร.ว่าผมใคร่มีโอกาสพบกับคณบดีทุกคณะของมหาวิทยาลัย เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ในอันที่จะสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกันเพื่ออนาคตของมหาวิทยาลัย ความรู้สึกที่อยากพบและแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ตลอดจนวิสัยทัศน์ของผู้บริหารระดับคณบดีนั้น มาจากความมุ่งมั่นของผมที่อยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่เป็นการเปิดยุคใหม่ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ร่วมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยทั้งหมด

ต่อมาในการประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 7/2568 เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568 ผมได้กล่าวโดยเปิดเผยต่อที่ประชุมคณะกรรมการสภาว่า ผมยังมีความประสงค์ขอพบคณบดีทุกคณะเป็นการส่วนตัวเพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะและวิสัยทัศน์ ในมุมมองเพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยในอนาคตจนวันที่ 26, 27, 29 มกราคม และ 9 กุมภาพันธ์ ทางฝ่ายบริหารและสำนักอธิการได้นัดหมายคณบดีคณะต่าง ๆ ทยอยเข้าพบผมที่โรงพยาบาล พญาไท 2 ซึ่งเป็นสำนักงานที่ผมนั่งประจำทำงานอยู่ และใช้เป็นเซ็นเตอร์สำหรับให้คำปรึกษาด้านต่าง ๆ แก่นักธุรกิจรุ่นใหม่และรุ่นเก่า (โดยไม่คิดค่าตอบแทน) ขอเรียนอย่างชัดเจนว่าการพูดคุยแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์กับคณบดีแต่ละท่านไม่มีเรื่องส่วนตัวการพบปะหารือทุกครั้งจึงเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง ผมเริ่มมองเห็นทิศทางของมหาวิทยาลัยอย่างชัดเจนมาก

Advertisement

ขึ้นเพราะทุกท่านที่มาคุยต่างมาอย่างอิสระและมีความเต็มใจที่จะแลกเปลี่ยนความรู้กับผม ในวันประชุมคณะกรรมการสภาฯ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมา ในระหว่างการประชุม ผมได้รับข้อท้วงติงจากกรรมการท่านหนึ่งในลักษณะข้อควระวัง (ขอสงวนนามเพราะเชื่อว่าท่านมีเจตนาบริสุทธิ์) ว่าการนัดพบปะนอกสถานที่อาจต้องระวังข้อครหา ที่ถูกต้องมหาวิทยาลัยควร จัดให้มีการนัดพบกันในสถานที่ที่มหาวิทยาลัยจัดให้เนื่องจาก มทร.ตะวันออกเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ยังอยู่ในระบบราชการผมพิจารณาทบทวนแล้ว ข้อทักท้วงนั้นเป็นประโยชน์ที่ผมควรปรับตัวให้เข้ากับระบบของรัฐจริง แต่ด้วยที่ชีวิตผมทำธุรกิจในภาคเอกชนมาโดยตลอดจึงไม่คุ้นเคยกับระบบราชการ ผมได้ได้ใครวญ อย่างละเอียดรอบคอบแล้ว เห็นว่ารูปแบบการทำงานของผมเองที่มักให้น้ำหนักกับ “ผลลัพธ์” มากกว่า”วิธีการ” และที่ตนเองตัดสินใจยอมรับการสรรหาฯ เข้ามาก็ด้วยวัตถุประสงค์ที่เข้มข้นและยิ่งใหญ่เกินไป คือ การพัฒนาเพื่อยกระดับการศึกษาไทยให้บังเกิดผลสัมฤทธิ์ให้เร็วที่สุด เพราะประเทศไทยถูกประเมินจากสถาบันนานาชาติค่อนข้างต่ำ ผมจึงคิดว่าผมไม่เหมาะที่จะอยู่ในระบบนี้  ผมควรออกมาทุ่มเททำหน้าที่เป็นผู้บรรยายตามนโยบาย “เดินสายบรรยายพรีทั่วประเทศ” และเป็นที่ปรึกษาฟรีให้กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ดังเดิม น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติมากกว่า และผมไม่อยากให้มีระบบใดมาเหนี่ยวรั้งความทุ่มเททางสติปัญญาของผมอีกต่อไป

จึงเรียนขอลาออกจากตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป