นักวิชาการ หวั่นเกิดเคส ‘ผอ.ศศิพัชร’ ในร.ร.อื่น จี้ รบ.ใหม่แก้ปัญหายาเสพติดจริงจัง
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ นายสมงพษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยกรณี คนร้ายใช้อาวุธปืนที่ชิงมาจากตำรวจบุกเข้าไปก่อเหตุในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นเหตุให้ นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนเสียชีวิตในเวลาต่อมานั้น กรณีนี้แสดงให้เห็นว่านโยบาย “โรงเรียนปลอดภัย” เกิดขึ้นได้ยาก เพราะรอบๆโรงเรียนจะมีสิ่งแวดล้อมและชุมชนจะมีเด็กเหมือนผู้ก่อเหตุอยู่รวมกันเป็นแก๊ง โดยเด็กกลุ่มนี้เป็นกลุ่มอันตรายที่รอระเบิดอย่างต่อเนื่อง มองว่าต่อไปจะเกิดกรณีดังกล่าวขึ้นอีกหลายจุด เช่นในอดีตที่เกิดเหตุใน จ.หนองบัวลำภู เป็นต้น จะเห็นว่าเหตุการณ์สะเทือนขวัญรุนแรงที่เกิดขึ้น ต้นตอส่วนหนึ่งมาจาก “ยาเสพติด” ที่เริ่มเคลื่อนตัวเข้าสู่ระบบโรงเรียน
นายสมพงษ์ กล่าวว่า มองว่าสถานการณ์นี้จะเกิดขึ้นอีกหลายโรงเรียน ปัจจุบันวงจรของการสร้างเด็กติดยา จิตเวช เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า สถานการณ์ปัญหาเด็กที่รุนแรง มี 3 เรื่อง ซึ่งปัญหาเหล่านี้ซ้ำซ้อนและเชื่อมโยงกัน 1.ปัญหาเด็กติดจอ 3-4 ชั่วโมง 2.ปัญหายาเสพติด ที่แพร่หลายไปทุกพื้นที่ และ 3. ปัญหาเรื่องสุขภาพจิต ที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว ซึ่งไปเกี่ยวข้องกับความรุนแรงที่ควบคุมไม่ได้
นายสมพงษ์ กล่าวว่า เด็กที่ปรับตัวเข้าไม่ได้กับระบบการศึกษา มีปัญหาเชิงพฤติกรรม จะค่อยๆถูกผลักออกจากระบบโรงเรียนตั้งแต่เรียนอยู่ในระดับ ม.2 ครึ่ง เมื่อถูกผลักออกพวกเขาจะเริ่มจับกุมกันในชุมชน ทั้งนี้จะเห็นว่าสิ่งเสพติดสารพัดชนิด อยู่เต็มชุมชน อยู่ใกล้สถานศึกษาเพิ่มมากขึ้น เมื่อเด็กเริ่มจับกลุ่มกันจะทดลองใช้สารเสพติด เหล้า กัญชา เป็นต้น ซึ่งจะค่อยๆหนักขึ้น รุนแรงขึ้นตามลำดับ เมื่อเด็กจับกลุ่มกันจะเริ่มลักเล็กขโมยน้อย ถูกปฏิเสธจากครอบครัวและชุมชน เด็กเหล่านี้จะแขวนอยู่ในชุมชนเกือบทุกชุมชน เป็นสิ่งที่รอวันระเบิดและจะอาจจะนำอันตรายสู่สถานศึกษาได้
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า เราจะพบปัญหาเกิดขึ้นทุกจุดในประเทศ เพราะยาเสพติดเข้าถึงง่าย ถูกจับตามหน้าข่าวเพียง 1% เท่านั้น ดังนั้น ตนอยากให้นายกรัฐมนตรี และกลุ่มคนที่กำลังจะตั้งรัฐบาลขอให้เอาใจใส่ ดูเรื่องยาเสพติดอย่างจริงจัง การจัดการเรื่องยาเสพติดมองว่าแต่ละชุมชนต้องเริ่มดำเนินการจัดการแล้ว เช่น รวบเด็กกลุ่มนี้มาทำกิจกรรมพาไปบำบัดรักษา ให้ไปเรียนวิชาชีพ เป็นต้น อย่ามองเด็กกลุ่มนี้เป็นตัวอันตราย มองว่าผู้นำท้องถิ่น ต้องลงไปทำงานใกล้ชิดเข้าใจเด็กกลุ่มนี้ ให้โอกาส ให้พื้นที่ ให้งาน ให้การยอมรับ เชื่อว่าเด็กกลุ่มนี้จะกลับมาเป็นคนดีของสังคมได้
“ในโรงเรียนเมื่อเจอเด็กกลุ่มเสี่ยง อย่าปฏิเสธเด็กด้วยการให้ออก หรือผลักออก เพราะหากทำแบบนั้น ใน 1-3 เดือนจะทำให้เด็กเสี่ยงเป็นยุวอาชญากร และรัฐบาลจะมีมาตรการอย่างไรจะทำให้ปัญหายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านหายไป ไม่เช่นนั้นปัญหายาเสพติดจะกลายเป็นไขสันหลังใหญ่ของปัญหาสังคม อย่ามัวแต่นั่งคิดตั้งรัฐบาลอย่างไร ขอให้แก้ปัญหารากเหง้า ปัญหาสำคัญที่จะช่วยครูและโรงเรียนจริงๆ คือ ทำให้ชุมชนปลอดเด็กกลุ่มเสี่ยง และสร้างเด็กเหล่านี้ให้กลับมาอยู่ในสังคม ไม่อย่างนั้นโรงเรียนจะอยู่ท่ามกลางความเสี่ยงอยู่ เมื่อมีนโยบายโรงเรียนปลอดภัยแล้ว ควรลดเรื่องการผลักออก ลดการใช้อำนาจ และประสานผู้นำชุมชนแก้ปัญหา ดูแลบำบัดรักษา ให้โอกาส ให้พื้นที่กับเด็กติดยาหรือมีปัญหาจิตเวชอย่างไร เพื่อให้มีปัญหาน้อยที่สุด” นายสมพงษ์ กล่าว
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า การสูญเสียผอ.ศศิพัทธ์ ถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ และสำคัญยิ่งของการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)ต้องทำให้โรงเรียนปลอดภัยจริงๆคุณค่าของผอ.ศศิพัทธ์จึงจะไม่สูญเปล่า

