ชื่นชม เบจิง แชมป์โลกวัย 16 จบป.ตรี เกียรตินิยม มุ่งศึกษาป.โท UCL อังกฤษ
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก PR Ramkhamhaeng University แสดงความยินดีกับนักศึกษาสาววัย 16 ปี เรียนจบปริญญาตรี เกียรตินิยม อันดับ 2 โดยระบุข้ความว่า “เบจิง” สาวน้อยมหัศจรรย์ ผู้โดดเด่นทั้งด้านกีฬาและวิชาการ เรียนจบป.ตรี เกียรตินิยม อันดับ 2 วัย 16 ปี ดีกรีแชมป์โลก LMUW 2019 และแชมป์ฟิกเกอร์สเก็ตเอเชีย 2 ปีซ้อน
บัณฑิตศรีสุภา เกศวพิทักษ์ หรือ “เบจิง” สมัครเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงในปี 2563 ควบคู่กัน 2 คณะ คือ คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ และ คณะทัศนมาตรศาสตร์ จากการสอบเทียบ IGCSE ในวัย 13 ปี “เบจิง” ใช้เวลา 3 ปีในการเรียน คว้าปริญญาตรีใบแรก พร้อมเกียรตินิยม อันดับ 2 จากคณะมนุษยศาสตร์
เบจิง เล่าว่า เกียรตินิยม อันดับ 2 คือผลลัพธ์ด้านการเรียนที่ตั้งใจและพยายาม เพราะมีเป้าหมายที่จะเรียนต่อระดับปริญญาโท ในมหาวิทยาลัยที่ตอบรับเฉพาะผู้จบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมเท่านั้น ซึ่งหลักสูตรที่สนใจมีช่วงเวลาแลกเปลี่ยนไปที่ประเทศอังกฤษ 2 สัปดาห์ เมื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว จึงตัดสินใจเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษเต็มหลักสูตร ในมหาวิทยาลัยที่รับนักศึกษานานาชาติด้วย
“การตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโท จำเป็นต้องวางแผนให้รัดกุม และต้องมีประสบการณ์ทำงาน จึงสมัครเป็นโค้ชสอนฟิกเกอร์สเก็ตน้ำแข็ง ที่ Thailand International Ice Hockey และ Theatre of Dreams จากผลงานอดีตแชมป์ฟิกเกอร์สเก็ตระดับเอเชีย 2 ปีซ้อน จาก Ice Skating Institute Asia Limited (ISIASIA) ปี 2017-2018 และความมีวินัยของนักกีฬา ส่งต่อแรงบรรดาลใจให้กับลูกศิษย์ทุกคน
ปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ และประสบการณ์ทำงาน เป็นใบเบิกทางในการสมัครเข้าเรียนต่อระดับปริญญาโท ที่ UCL (University College London)(หลักสูตร online 1 ปี ) MSc Strategic Accounting&Finance ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ UCL เสนอว่าเป็นหลักสูตรใหม่ที่เหมาะสมกับผลงานของเรามากกว่า จึงตัดสินใจรับข้อเสนอนี้ และได้เรียนในหลักสูตรมาแล้ว 1 ภาคการศึกษา และมีกำหนดจบหลักสูตรภายในปีนี้ หากเรียนจบตามหลักสูตรแล้ว จะเดินทางไปร่วมพิธีจบ ณ UCL ประเทศอังกฤษ”
เบจิง แชร์ประสบการณ์เรียน ม.รามคำแหง ควบคู่กัน 2 คณะ โดยเน้นเข้าเรียนคณะทัศนมาตรศาสตร์ ตามโครงสร้างวิชา ในวันจันทร์ – ศุกร์ และใช้เวลาที่ว่างหลังจากนั้น เรียนวิชาของคณะมนุษยศาสตร์ ผ่าน Course on Demand ซึ่งในแต่ละภาคการศึกษา “เบจิง” ต้องเรียนและสอบทั้งหมด 14 วิชา พร้อมกับทำงานในวันเสาร์ – อาทิตย์ ด้วย
ปัจจุบัน เบจิง เว้นการเรียนปริญญาตรี คณะทัศนมาตรศาสตร์ เพราะต้องทุ่มเทกับการเรียนปริญญาโท ที่ UCL ให้จบตามหลักสูตร โดยมีแพลนกลับมาเรียนทัศนมาตรศาสตร์ หลังจบหลักสูตรปริญญาโท และมีแพลนในอนาคตระยะยาวว่าอยากเปิดคลินิกด้านทัศนมาตรศาสตร์ ด้วยการใช้ความรู้ของทัศนมาตรศาสตร์ ควบคู่กับความรู้ด้านการเงินการบัญชี และยังใช้ความรู้ด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษ จากการเรียนคณะมนุษยศาสตร์ รองรับลูกค้าต่างชาติได้อย่างมั่นใจ

