แชร์พรึบ! โรงเรียนดังระยองประกาศ มีระบบเรียนซ้ำชั้น ใครไม่ตั้งใจอย่าสมัคร ชาวเน็ตชื่นชมยกเป็นแบบอย่างที่ดี
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ โลกออนไลน์ แชร์ภาพประกาศ โรงเรียนมาบยางพรวิทยาคม อยู่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ที่โพสต์ภาพระบุว่า โรงเรียนมาบยางพรวิทยาคมแห่งนี้ เป็นโรงเรียนที่มีระบบ “การเรียนซ้ำชั้น”
- หากนักเรียนไม่ประสงค์จะตั้งใจเรียนจริง ไม่ใครสมัครเข้ามาเรียน
- แต่หากมีความตั้งใจเรียนจริง โรงเรียนแห่งนี้ พร้อมจะให้ความรู้ และดูแลนักเรียนอย่างดีที่สุด

หลังจากโพสต์ไปไม่นาน คนเข้ามากดถูกใจกว่า 5.9 พันครั้ง และถูกแชร์ไปมากกว่า 5.1 พันแชร์ ซึ่งมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก เช่น
- “ไม่มีใครรู้เท่าคนที่อยู่หน้างานจริง ข้อความอาจดูไม่เหมาะสม แต่นั่นคือพื้นฐาน หรือหน้าที่ที่ผู้เรียนต้องปฏิบัติเมื่อเข้ามาเป็นนักเรียน ❤️”
- “รร.ไม่ได้อยากคัดคนออก แต่รร.คือสถานที่ของคนอยากเรียน อยากมีการศึกษา อยากมีวุฒิเพื่อต่อยอดชีวิต แต่ถ้าเข้ามาเพราะต้องมาเพราะการเรียนภาคบังคับ…ก็ควรทำเต็มที่ ให้สมกับเป็นหน้าที่ที่ต้องทำค่ะ #เห็นชอบค่ะ”
- “แบบอย่างที่ดีของระบบการศึกษาที่มุ่งมั่นพัฒนาผู้เรียน ที่ตั้งใจจะมาเรียน”
- “ผู้บริหาร คณะครู คณะกรรมการสถานศึกษาเริ่ดที่สุดในประเทศ สนับสนุนแนวคิดนี้ค่ะ”
- “ส่วนโรงเรียนฉันให้0มีผลต่อการขึ้นเงินเดือน55555”
- “อยากให้ทุกโรงเรียนใช้นโยบายนี้อย่างจริงจังมาก ๆ เลยค่ะ เด็กที่ไม่ตั้งใจเรียน ไม่ให้เกียรติคุณครู และเพื่อน ๆ เด็กจำพวกนี้… ก่อกวนทั้งเพื่อนร่วมชั้นที่ตั้งใจเรียน รวมถึงคุณครูที่ตั้งใจสอนอย่างมากเลยค่ะ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ “การซ้ำชั้น” สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เคยออกมายืนยันว่า การซ้ำชั้น เป็นอำนาจของสถานศึกษา เพื่อแก้ปัญหานักเรียนเรียนอ่อน อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ หรือไม่ตั้งใจเรียน โดยต้องผ่านการประเมินอย่างจริงจัง มีการซ่อมเสริม และให้คณะกรรมการตัดสินใจโดยคำนึงถึงวุฒิภาวะและความรู้ความสามารถของนักเรียนเป็นสำคัญ
นอกจากนี้ สพฐ.เคยออกประกาศ สพฐ.เรื่องซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับแนวปฏิบัติการเรียนซ้ำชั้น ถึงผู้อำนวยการ สพท.ทั่วประเทศ ว่าตามที่ ศธ.ประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 และได้กำหนดแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรดังกล่าว เพื่อให้สถานศึกษานำไปปฏิบัตินั้น เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ชัดเจน และตรงกัน ในประเด็นของการเรียนซ้ำชั้น
มีประเด็นที่ สพฐ.ขอซักซ้อมความเข้าใจ ดังนี้ 1.การวัดและประเมินผลการเรียน ให้สถานศึกษาวัดและประเมินผลการเรียนของผู้เรียนเป็นระยะระหว่างเรียน โดยใช้เทคนิคการวัดและประเมินผลอย่างหลากหลาย เพื่อตรวจสอบพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของผู้เรียน ถ้าพบปัญหา หรือข้อบกพร่องในตัวผู้เรียน ให้ช่วยเหลือ และซ่อมเสริมทันที โดยเฉพาะชั้น ป.1 ต้องพัฒนาให้ผู้เรียนอ่านออก เขียนได้
2.การสอนซ่อมเสริม เพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง และพัฒนาผู้เรียน ให้มีความรู้ ทักษะ กรณีที่ผู้เรียนมีผลการประเมินไม่ผ่าน หรือได้ “0” สถานศึกษาต้องจัดสอนซ่อมเสริมให้ผู้เรียนก่อนสอบแก้ตัวนอกเหนือจากการสอนปกติ
3.ให้ผู้เรียนสอบแก้ตัว 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ให้ผู้เรียนยื่นคำร้องสอบแก้ตัว โดยให้ครูประจำวิชา หรือครูประจำชั้นสอนซ่อมเสริม และสอบแก้ตัว ให้เสร็จก่อนเปิดภาคเรียน หรือภาคเรียนแรกของปีการศึกษาถัดไป สอบแก้ตัวครั้งที่ 2 กรณีครั้งที่ 1 ไม่ผ่าน หรือไม่มาสอบแก้ตัว ให้โอกาสสอบแก้ตัวอีก 1 ครั้ง โดยสถานศึกษาแต่งตั้งกรรมการสอนซ่อมเสริม และสอบแก้ตัวให้เสร็จก่อนเปิดภาคเรียน หรือในภาคเรียนแรกของปีการศึกษาถัดไป
4.เรียนซ้ำชั้นรายวิชา ผู้เรียนที่สอนซ่อมเสริม และสอบแก้ตัว 2 ครั้งแล้ว ไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินรายวิชา หรือยังได้ “0” ถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐานให้เรียนซ้ำชั้นในวิชานั้น ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม ให้เรียนซ้ำชั้นในวิชานั้น หรือเปลี่ยนวิชาใหม่ ทั้งนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา กรณีเปลี่ยนวิชาใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียบแสดงผลการเรียนว่าเรียนแทนวิชาใด ในการเรียนซ้ำรายวิชาให้อยู่ในช่วงใดช่วงหนึ่งที่สถานศึกษาเห็นว่าเหมาะสม เช่น พักกลางวัน วันหยุด ชั่วโมงว่างหลังเลิกเรียน ภาคฤดูร้อน เป็นต้น

