กทม.ยกระดับสร้างพื้นที่ปลอดภัยสูงสุดในโรงเรียน แก่นักเรียน-บุคลากร
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่สำนักการศึกษา เขตคลองสาน นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กทม. กล่าวถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยของโรงเรียนในสังกัด กทม. และการพิจารณาแนวทางยกระดับมาตรการให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่เด็กนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครองว่า กทม. ได้กำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนสังกัด กทม. และศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน
โดยออกประกาศ กทม. ลงวันที่ 11มกราคม 2566 เรื่อง มาตรการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนสังกัด กทม. และศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ดังนี้ 1. ผู้อำนวยการสถานศึกษาและคณะกรรมการชุมชนเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ในการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน โดยห้ามมิให้บุคลากร นักเรียน ผู้ปกครอง รวมถึงผู้มาติดต่อกิจธุระ มี หรือครอบครองสารเสพติดทุกประเภทที่กฎหมายระบุ มิให้มีการทำร้าย หรือรังแก จัดพื้นที่ให้เป็นเขตปลอดอาวุธ รวมถึงการจัดการจราจรโดยรอบสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน
2.จัดให้มีกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เครื่องมือการรักษาความปลอดภัย รวมทั้งกำหนดมาตรการต่าง ๆ ให้รัดกุม เหมาะสม สำหรับการรักษาความปลอดภัยสถานที่และบุคคล 3. บุคคลภายนอกที่จะเข้ามาในพื้นที่สถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ต้องได้รับการตรวจ สอบถาม รวมถึงการแสดงตนอย่างเคร่งครัดทุกราย
4.สถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน จะต้องปิดประตูในระหว่างเวลาเรียนโดยตลอดเวลา และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องทำการสอบถามบุคคลและยานพาหนะที่จะผ่านเข้าบริเวณสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน 5. ติดตั้งระบบเตือนภัยในจุดที่เหมาะสมในสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน เพื่อแจ้งเตือนเป็นส่วนรวมเมื่อเกิดเหตุการณ์บุกรุกในลักษณะเดียวกับการแจ้งเหตุเพลิงไหม้
6.จัดให้มีประตูทางออกฉุกเฉินของสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ปลอดภัยเพิ่มขึ้นจากช่องทางปกติ และ 7. จัดให้มีการซักซ้อม อบรม ชี้แจง ให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนในสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ทุกภาคเรียน หรืออย่างน้อย 6 เดือน/ครั้ง โดยเฉพาะเส้นทางในการออกจากพื้นที่เกิดเหตุและจัดทำลูกศรชี้ทิศทางการอพยพเคลื่อนย้ายเด็กนักเรียน
ทั้งนี้ สนศ. ได้แจ้งสำนักงานเขตประสานโรงเรียนในสังกัด จัดให้มีการซักซ้อม อบรม การปฏิบัติตนกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินของโรงเรียนในสังกัด กทม. โดยให้รายงานผลการดำเนินการอบรมให้ สนศ. ทราบ ปีการศึกษาละ 2ครั้ง ภาคเรียนที่ 1 ภายในวันที่ 31 ส.ค. และภาคเรียนที่ 2 ภายในวันที่ 28 ก.พ. ของทุกปี
ขณะเดียวกันกทม.มีความห่วงใยในสวัสดิภาพและความปลอดภัยของนักเรียน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กทม. ผู้ปฏิบัติงานในโรงเรียนสังกัด กทม. และผู้ปกครอง รวมถึงเพื่อถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นในสถานศึกษา โดยกำหนดมาตรการความปลอดภัยให้โรงเรียนในสังกัดถือปฏิบัติและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
1.ให้ผู้อำนวยการเขต หัวหน้าฝ่ายการศึกษา หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม บุคลากรทางการศึกษา และอาสาสมัครกวดขัน ย้ำเตือน กำกับดูแล มาตรการรักษาความปลอดภัย โดยรับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่โดยเคร่งครัด 2. บุคลากรในสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ต้องมีหมายเลขโทรศัพท์ของสถานีตำรวจที่รับผิดชอบในพื้นที่ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่สามารถติดต่อสื่อสารได้ในทันที กรณีเมื่อมีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น
และ 3.ประสานชุมชนบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน รวมถึงฝ่ายเทศกิจ สถานีตำรวจ และศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ให้มีส่วนร่วมในมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยการแจกเอกสารพบปะสนทนาเพื่อ “สร้างแนวร่วม” ในการแจ้งเตือนทั้งในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังเหตุฉุกเฉิน

