ครูสาว ฟ้องหมิ่น หลังพ่อถามลงไลน์กลุ่ม ตีลูกจริงไหม? สุดท้ายอัยการชี้ใช้สิทธิโดยสุจริต-สั่งไม่ฟ้อง
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ณภัชกมล สังข์แก้ว” โพสต์ข้อความระบุว่า
พ่อแค่ LINE ถามในกลุ่มว่า “ลูกบอกป้าว่าครูตีที่หน้าผาก” ป้าเลยแคปวีดีโอหน้าจอตอนที่หลานพูดส่งให้พ่อดู พ่อจึงส่งวีดีโอนั้นต่อไปใน LINE กลุ่ม ถามครูว่า “เรื่องนี้จริงหรือไม่ สาเหตุมาจากอะไรทำไมถึงลูกกลับมาบอกแบบนี้”
ครูรีบแจ้นไปแจ้งความดำเนินคดีพ่อในฐานความผิด “หมิ่นประมาท” ซ้ำร้ายยังพาผู้ปกครอง(เพื่อนร่วมห้อง) ไปให้การปรักปรำพ่ออีก 2 ปาก #สุดท้ายแล้วอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี
โดยวินิจฉัยว่า พ่อถามด้วยความสุจริตใจไม่ได้มีเจตนาใส่ร้ายใส่ความให้ครูถูกดูหมิ่น เกลียดชังเสื่อมเสียชื่อเสียงแต่อย่างใด ซึ่งเป็นการใช้สิทธิโดยสุจริตในฐานะพ่อคนหนึ่ง !!!

ขณะที่เพจ “นักเรียนเลว” โพสต์ข้อความระบุว่า
Update: ครูฟ้องหมิ่นฯ พ่อถามครูลงไลน์กลุ่ม ‘ตีลูกจริงไหม’ สุดท้ายอัยการสั่งไม่ฟ้อง ชี้ใช้สิทธิโดยสุจริต
1 มีนาคม 2569 — นักกฎหมายรายหนึ่งโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กชื่อ ‘ณภัชกมล สังข์แก้ว’ พร้อมแนบเอกสารคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ เล่ากรณีลูกความที่ถูกครูแจ้งความหมิ่นประมาท เพราะไปถามเรื่องลูกถูกตีในไลน์กลุ่ม
เรื่องเริ่มจากเด็กกลับมาบอกป้าว่าถูกครูตีที่หน้าผาก ผู้ปกครองเลยนำวิดีโอที่ลูกเล่าเรื่องดังกล่าวไปลงในไลน์กลุ่มผู้ปกครอง พร้อมถามครูตรง ๆ ว่าเรื่องจริงไหม และเกิดอะไรขึ้น
อย่างไรก็ตาม ครูกลับไปแจ้งความเอาผิดพ่อในข้อหาหมิ่นประมาท แถมยังมีผู้ปกครองอีก 2 คนไปให้การด้วย ภายหลังอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง ชี้ว่าพ่อถามด้วยความสุจริตใจ ไม่ได้มีเจตนาใส่ร้ายครู
ชาวเน็ตบางส่วนมองว่า ในฐานะครูควรอธิบายมากกว่าจะฟ้องศาล และถ้ามีการตีเด็กจริงก็ถือว่าผิด เพราะหน้าที่ครูคือชี้แจงผู้ปกครอง ไม่ใช่แจ้งความจนคดีจบที่ไม่ฟ้อง
ทั้งนี้ ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 บทลงโทษที่ทำได้มี 4 อย่าง คือ ว่ากล่าวตักเตือน ตัดคะแนนความประพฤติ ทำทัณฑ์บนหรือทำข้อตกลง และให้ทำกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม


