เพจดังอัพเดต ครูชัยยศ ยื่นศาลปกครองขอกลับเข้ารับราชการ หลังศาลยกฟ้องเซ็นงบอาหารกลางวัน เผยเหลือเวลา 8 เดือนจะเกษียณ ยกเศสนี้ เป็นอุทาหรณ์ ครูผู้สอนมีภาระหนักอยู่งานการเงิน-พัสดุ ไม่ใช่หน้าที่หลักของครู
จากกรณี นายชัยยศ สุขต้อ ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ (คศ.3) โรงเรียนยางเปา อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด เป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 มีมูลเป็นความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิด ฐานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ สืบเนื่องจากครูชัยยศเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุอาหารกลางวันนักเรียน ที่อดีตผู้บริหารสถานศึกษาฯ ระบุว่าเป็นการบริหารจัดการอาหารกลางวันเด็ก จากเด็กอนุบาลและประถมศึกษา ให้เด็กระดับมัธยมได้กินด้วย เพราะส่วนใหญ่เป็นนักเรียนกินนอน ครอบครัวยากจน
อ่านข่าว – เพจดัง อัพเดตคดี ครูชัยยศ หลังถูกปลดจากราชการ เซ็นงบอาหารกลางวัน หวังให้มัธยมยากจนได้กิน
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อุทัย ขัติวงษ์ สมาคมพิทักษ์สิทธิ์ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา (ส.พ.บ.ค.) ที่ปรึกษาทางคดีของ ‘ครูชัยยศ สุขต้อ’ โพสต์ข้อความระบุว่า
บันทึกไว้ในความทรงจำ ก่อนโพสต์ ได้รับอนุญาตจากครูชัยยศแล้วครับ
วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 วันนี้ได้พาครูชัยยศ สุขต้อ ไปที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 เพื่อขอให้ศาลฯ ออกหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด กรณีที่ศาลฯ ได้มีคำพิพากษายกฟ้องครูชัยยศ เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 ตามที่พนักงานอัยการ โดยสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้องครูชัยยศ ตามที่ ปปช.ได้ชี้มูลความผิดในคดีอาญา เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ มาตรา 162(1)และ(4) โดยถูกกล่าวหาว่าร่วมกันทุจริตตามโครงการอาหารกลางวัน ของนักเรียน ซึ่งต่อมาโจทก์ได้ขอขยายเวลา ในการอุทธรณ์ สามครั้ง จนถึงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลฯไม่พิจารณาอนุญาต ให้โจทก์ ยื่นขยายเวลาอุทธรณ์ ต่อไป
เป็นอันว่าโจทก์ไม่ประสงค์ที่จะอุทธรณ์ในคดีดังกล่าวแล้ว ในส่วนของครูซึ่งเป็นจำเลยที่ 4 จึงทำให้คดีถึงที่สุด ครูจึงพ้นมลทินในคดีอาญาตามข้อกล่าวหา ที่ ปปช.ได้ชี้มูลความผิด
จากนั้น ได้พาครูไปยื่นคำร้องต่อศาลปกครองเชียงใหม่ เพื่อขอยื่นเอกสารเพิ่มเติม คือ หนังสือรับรองคดีถึงที่สุดของศาลอาญาคดีทุจริตฯ เพื่อศาลปกครองฯ จะได้ใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาในสำนวนคดี เพื่อมีคำพิพากษา ตามที่ศาลฯจะเห็นสมควรแก่การยุติธรรม ต่อไป ซึ่งคงต้องรอระยะเวลาอีกระยะหนึ่ง
ส่วนผลคำพิพากษาของศาลปกครองฯ จะออกมาเช่นไร คงขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่ศาลพิจารณาและดุลยพินิจของศาลฯ ว่าจะเห็นเป็นประการใด
จึงอยากฝากเรื่องราวนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้บริหารและครูที่อยู่ในราชการปัจจุบัน ว่า การดำเนินการใดใด ควรดำเนินการด้วยความตรงไปตรงมายึดระเบียบแบบแผนของทางราชการเป็นที่ตั้ง จะได้ไม่เกิดปัญหาและความยุ่งยากในภายหลัง และในการดำเนินการต่างๆในโรงเรียน ผู้บริหารสถานศึกษา มีส่วนสำคัญที่สุดในการนำพาครู นักเรียน เพื่อร่วมกันจัดการศึกษา ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เรียนสูงสุด ผู้บริหารโรงเรียน จึงต้องมีความรอบรู้ ทั้งด้านการบริหารวิชาการ การบริหารงบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป และเป็นผู้นำที่ดีในโรงเรียน เพราะลำพังครูผู้สอนที่ต้องรับผิดชอบการสอน งานดูแลนักเรียน ก็เป็นภาระที่หนักอยู่แล้ว
การที่จะให้ครูมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องงานการเงินพัสดุ จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากเพราะไม่ใช่หน้าที่หลักของครู ดังนั้นผู้บริหารโรงเรียนจึงต้องบริหารจัดการในโรงเรียนด้วยหลักนิติธรรมและคุณธรรม จึงจะนำพาครูและนักเรียน ไปสู่จุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนเรื่องการกลับเข้ารับราชการของครูนั้น คงเป็นเรื่องของอนาคต และคงต้องใช้เวลา เพราะครูจะเหลือเวลา อีก 8 เดือน ก็จะอายุ 60 ปี แล้ว และคงขึ้นอยู่กับคำพิพากษาของศาลปกครองเป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งจะต้องติดตามต่อไป


