ม.กรุงเทพ จัด VISION HOUSE Business Forum ครั้งที่ 2 แลกเปลี่ยนความรู้ ‘Nexus 3W’
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดงาน VISION HOUSE Business Forum ครั้งที่ 2 : “Nexus 3W: Reimagining Wealth, Wellbeing & the World with AI” โดยความร่วมมือจากคณะบริหารธุรกิจ คณะบัญชี คณะเศรษฐศาสตร์และการลงทุน และบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยมี ผศ.สรรเสริญ มิลินทสูต รองอธิการบดีอาวุโสด้านวิชาการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยผู้บริหาร อาจารย์ นักศึกษา ประชาชนเข้าร่วมในออนไลน์ และออนไซต์ กว่า 200 คน

ผศ.สรรเสริญ มิลินทสูต รองอธิการบดีอาวุโสด้านวิชาการ กล่าวว่า การประชุมวันนี้ เป็นการสร้างโอกาสในการเรียนรู้ นำสิ่งใหม่ๆ ที่ศิษย์เก่า ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องต่างๆ มาแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกัน ทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆ และสามารถขับเคลื่อนไปสู่อนาคตข้างหน้า มองว่า AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็น infrastructure อย่างหนึ่ง ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นการประชุมวันนี้จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะมีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ที่จะทำให้เกิดการขับเคลื่อนไปสู่อนาคต

พญ.พิชชาพร ธนาพงศธร Assistant Director of BDMS Wellness and Business Development Director BDMS Wellness Clinic บรรยายในหัวข้อ “Reimagining Wellbeing: Integrating Life, Health, and Business through the Wellness Ecosystem” ตอนหนึ่งระบุว่า เทรนด์ที่มาในปัจจุบันคือ สุขภาวะที่ดี(Wellbeing) ทั้งกาย ใจ สังคม และจิตวิญญาณ ซึ่ง Wellness เป็นเครื่องมือที่นำไปสู่สุขภาวะที่ดีนั้น เรื่องดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เป็นเรื่องของทุกคนที่อยากจะมีศักยภาพในการใช้ชีวิตตนเอง และปัจจุบัน รัฐบาลไทยสนับสนุนเรื่องดังกล่าว อีกทั้งเรื่องดังกล่าวได้รับความสนใจในระดับโลกอีกด้วย
พญ.พิชชาพร กล่าวต่อว่า Wellness คือการดูแลสุขภาวะเพื่อให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น การมีอายุยืนสู่สุขภาพที่ดี ดังนั้นก่อนที่จะเข้าสู่ภาคธุรกิจ ต้องเข้าใจก่อนว่า Wellness คืออะไร จากข้อมูล World Health Organization ปี 2019 เป็นคนทั่วโลกอายุเฉลี่ย 73 ปี อายุในวันที่เรามีสุขภาพดีแค่ 63 ปีเท่านั้น ดังนั้นเกษียณ มีเวลา 3 ปีที่ใช้ชีวิต และมีเวลาประมาณ 10 ปีที่ต้องป่วยติดเตียงก่อนที่จะเสียชีวิต ในขณะที่คนไทยมีอายุเฉลี่ย 77 ปี แต่มีอายุที่สุขภาพดีเพียง 68 ปีเท่านั้น และที่น่าสนใจคือ พบข้อมูลหลังการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 พบอายุเฉลี่ยลดลง 3 ปีอีกด้วย สิ่งนี้ทำให้ทั่วโลกตระหนักเรื่องดังกล่าวที่ต้องการทำให้สุขภาพตนเองดี
พญ.พิชชาพร กล่าวต่อว่า จากข้อมูล Global Wellness Economy พบว่าธุรกิจดังกล่าวเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ และคาดว่า ในปี 2028 คาดว่าจะโตประมาณ 8.9 trillion นี่คือความใหญ่ของตลาดWellnessในขณะนี้ ส่วนทำไมต้องเริ่มทำธุรกิจนี้? เพราะเมื่อสำรวจย้อน 2-3 ปี พบข้อมูลว่า ไทยเติบโตอันดับ 1 ของโลก ดังนั้น เป็นโอกาสที่สูงมากของไทย เพราะเรามีของดีอยู่แล้ว ปัจจุบันต่างชาติเข้ามารักษาในไทยจำนวนมาก ตนเชื่อว่าเราทำได้ ทำเลย และอย่าทำคนเดียวทำกันเป็นทีม ดังนั้นใครอยากเริ่มธุรกิจยังมีโอกาสอีกมาก โดยเทรนด์ Wellness ปี 2026 ที่ประเทศไทยต้องรู้ มีดังนี้ 1.อสังหาฯ เพื่อสุขภาพ 2.แพทย์แผนดั้งเดิม สมุนไพรไทย 3.Mental & Sleep Wellnes 4.ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ 5. อาหารสุขภาพ,โภชนาการ และการลดน้ำหนัก 6.Public Health & Prevention & Personalized Medicine 7.Workplace Wellness และ 8. AI for Wellness ผู้ช่วยสุขภาพส่วนตัวที่รู้ใจ และวัดผลได้

นายนุสรณ์ เนตรนวลศรี Assistant Managing Director BBL Asset Management Co., LTD. บรรยายในหัวข้อ “Wealth: Sustainability & Investment with Social Impact” ตอนหนึ่งว่า ความมั่งคั่งส่วนบุคคล ส่วนใหญ่เกิดจากการลงทุน ทำให้ความมั่งคั่งแต่ละคนเพิ่มขึ้น และการลงทุนกับความยั่งยืนเกี่ยวข้องกันอย่างไรนั้น จะ ESG และSDGs สำหรับ ESG คือ เลนส์สำหรับประเมินความเสี่ยงเพื่อการลงทุนพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน แม้การเปิดเผย ESG จะสู้การลงมือทำไม่ได้ แต่จะเป็นคำตอบสู่ SDGs ว่าการลงทุนของเรานั้น เกิดผลกระทบต่อสังคมอย่างไร ซึ่งการลงทุนที่สามารถสร้างความยั่งยืนได้มีอยู่จริง เช่น กองทุนคนไทยใจดี เที่สร้างพลังแห่งการส่งต่อ 40% ของค่าธรรมเนียมจัดการต่อสังคม มี 69 โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ยอดเงินบริจาคสะสม 53 ล้านบาท และมีผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ 18 ล้านคน เป็นต้น
นายนุสรณ์ กล่าวต่อว่า Sustainomy คือทิศทางเศรษฐกิจใหม่ของโลก เป็นเศรษฐกิจที่เติบโตครอบคลุมทั้งการสร้างความมั่งคั่ง ความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คน และสร้างผลกระทบต่อสังคม คำถามคือ การสร้างความมั่งคั่งของเรา เราควรจะรวยคนเดียว หรือควรจะพาสิ่งแวดล้อมที่เราอยู่รวยไปพร้อมๆกันด้วย?

ในขณะที่ Miss Charlene Sawasdee Country Managing Director Alibaba Cloud บรรยายในหัวข้อ “The World with AI” โดยอธิบายว่า Alibaba นำ AI มาใช้อย่างไรบ้าง ทุกอย่างสามารถทำได้ ผสมผสาน Cloud และ AI มาใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งาน การตัดสินใจ การสร้างนวัตกรรม เช่น ช่วยในการทำงาน ช่วยในการตัดสินใจ สร้างนวัตกรรม ในอนาคตเอไอจะกลายเป็นพลัง ที่ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นพลังที่จะพาเราหลุดกรอบ สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น Alibaba ได้นำ Al มาใช้ในธุรกิจในระดับใหญ่ เพื่อเปลี่ยนแปลงประสบการณ์ของลูกค้า ปรับปรุงความคล่องตัว ประสิทธิภาพการทำงาน และความปลอดภัยในระดับใหญ่ โดยขับเคลื่อนโดยโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อถือได้และสามารถขยายได้ของ Alibaba Al อีกทั้ง Alibaba เป็นเจ้าแรกในจีน ที่ได้รับการรับรองจาก ISO/IEC 42001 in Al Management System อีกด้วย
นอกจากนี้ Miss Charlene ยังได้กล่าวชื่นชมความคิดของนักศึกษาที่ระบุว่า AI ไม่ได้มาแทนมนุษย์ แต่จะมาแทนมนุษย์ที่ใช้ AI ไม่เป็น ซึ่ง Miss Charlene ระบุว่า Mindset เป็นสิ่งสำคัญ เพราะ AI ไม่สามารถมาแทนมนุษย์ได้ แต่เราสามารถใช้ AIเข้ามาช่วยในการทำงาน ในการสร้างนวัตกรรมได้ พร้อมกับแนะนำนักศึกษา ให้ลองใช้ทดลองใช้เครื่องมือ AI ทุกอย่าง เพราะแต่ละเทคโนโลยี มีศักยภาพ ที่แตกต่างกัน เมื่อใช้แล้วจะเรารู้ว่าเครื่องมือนี้ เหมาะกับการใช้งานประเภทไหน




