นักวิชาการ หนุน ยศชนัน คุม อว. ชี้เป็นคนรุ่นใหม่ เข้าใจการศึกษา แนะหาก พท. ดันนโยบายดี-มุ่งทำงาน เรียกความศรัทธากลับมาได้
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า จากกรณีมีกระแสข่าวการจัดโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ให้นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.), นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ, ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ (พม.) จะเห็นว่า ในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่มีแนวโน้มที่ พท.จะได้รับผิดชอบภาคสังคม การศึกษา แรงงาน และคุณภาพชีวิต ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญ การดูแลรับผิดชอบส่วนนี้ตรงกับสโลแกนที่ พท.หาเสียงไว้ว่า “ยกเครื่องประเทศไทย”
นายสมพงษ์กล่าวว่า การยกเครื่องประเทศไทยด้วยการศึกษา เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งยวด ในภาวะวิกฤตที่เด็กเกิดน้อย เพียง 4 แสนคนเท่านั้น เมื่อเด็กยิ่งเกิดน้อย คุณภาพประชากร ทรัพยากรมนุษย์ยิ่งมีความสำคัญ หากยังปล่อยปละละเลยเหมือนในอดีตที่ผ่านมา จะมองอนาคตของสังคมไทยไม่เจอ เมื่อ พท.ได้รับโอกาสนี้ ประกอบกับที่ผ่านมา พท.เคยผลักดันนโยบายต่างๆ เช่น นโยบายการจัดระเบียบสังคม, นโยบายการปราบปรามยาเสพติด แม้จะมีปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชน แต่ทำให้ปัญหายาเสพติดซาลงไปได้ หรือล่าสุด ที่รัฐบาลสมัยที่ผ่านมา มีนโยบายที่สำคัญคือ Thai Zero Dropout ที่ตามเด็กกลับมาเรียนได้ 1 ล้านคน และ 1 ทุน 1 อำเภอ
นายสมพงษ์กล่าวต่อว่า ในแง่การศึกษาและสังคม ถือว่า พท.ดำเนินนโยบายได้ดีระดับหนึ่ง เมื่อได้รับโอกาสเข้าร่วมรัฐบาลและรับผิดชอบเรื่องสังคม การศึกษา คุณภาพชีวิตอีกครั้ง มองว่าจะเป็นการยกเครื่องที่ตอบโจทย์อนาคตได้ ทั้งนี้อยากให้ พท.เตรียมบุคลากรมืออาชีพเข้ามาบริหารจัดการ มุ่งมั่น ทำงานรับผิดชอบให้ตอบโจทย์และสามารถแก้ปัญหาเด็กและเยาวชน สวัสดิการ คุณภาพชีวิตประชาชนให้ได้ ทั้งนี้มี 10 เรื่องที่ฝากให้ พท.ผลักดัน มีดังนี้
1.อย่ามุ่งทำนโยบายขัดตาทัพ หรือทำไปวันๆ ควรนำ Research and Development (R&D) หรือการวิจัยและพัฒนา เข้ามาพัฒนาประเทศ ซึ่ง ศ.ดร.ยศชนันเป็นคนรุ่นใหม่ เก่งเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ที่รู้เรื่องการศึกษาดีพอสมควร โดยเฉพาะอุดมศึกษา หากเป็นรัฐมนตรีว่าการ อว. เชื่อว่าจะสามารถวางรากฐานที่สำคัญในวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีในการศึกษาได้
2.สวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า อยากให้ พท.ทำตามนโยบายที่เคยให้ไว้ คือ ขยายเงินเด็กเล็กจากเดิม 600 บาท เป็น 1,200 บาทต่อเดือน ให้กับเด็ก 0-6 ปีทุกคนภายใน 4 ปี และมีนโยบายเงินฝากตั้งตัว 3,000 บาทต่อปีจนถึงอายุ 15 ปี และเรียนฟรี 15 ปี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง
3.ปราบปรามยาเสพติด โดยถือเป็นวาระของรัฐบาล และทำงานร่วมกับกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 4.จัดระเบียบสังคมใหม่ให้ปลอดภัย เด็กได้เล่นและเรียนใกล้บ้าน 5.แก้ไขปัญหาครอบครัวแหว่งกลาง ที่มีอัตราเพิ่มขึ้นเกือบ 40%, การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 6.เปิดพื้นที่เรื่อง “สิทธิเด็ก” การมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะในเวทีสภาเด็กและเยาวชน, สภานักเรียนให้เพิ่มเติมมากขึ้น
7.เตรียมออกกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่, พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครอง การเข้าถึงสื่อดิจิทัล ที่ปัจจุบันมีหลายประเทศเริ่มจำกัดการเข้าถึงสื่อของเด็ก, ปรับหลักสูตรฐานสมรรถนะ และหลักสูตรอาชีวะใหม่ ให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน 8.เพื่ออาหารเช้าในเด็กยากจน ขัดสน 9.ผลักดันให้เด็กเหล่านี้ได้รับนมโรงเรียน 2 มื้อได้หรือไม่? และ 10.สานต่อโครงการ Thai Zero Dropout, ผลักดันการศึกษาที่ยืดหยุ่น และทุน ODOS
นายสมพงษ์กล่าวต่อว่า ถือเป็นโอกาสของ พท.ที่จะฟื้นความศรัทธา มองว่าถ้าขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ และทำให้ดี จะมีผลงานที่โดดเด่น และยกระดับประเทศได้ ทั้งนี้อยากเตือน เมื่อ พท.ได้ดูแลกระทรวงที่เกี่ยวกับสังคมและการศึกษา ถ้าจะดำเนินการไปได้ด้วยดี จะต้องบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และเห็นเป้าหมายร่วมกัน ไม่ใช่แค่มาบริหารจัดการ 4-5 กระทรวงเท่านั้น แต่เข้ามายกเครื่องประเทศไทยด้วยระบบการศึกษา ต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้ด้วยนโยบาย จิตวิญญาณ และการทุ่มเทครั้งใหญ่ของ พท.ถึงจะเรียกศรัทธา ความเชื่อมั่นได้ และขอให้ลดเรื่องประชานิยมลง และส่งเสริมเรื่องสวัสดิการเพิ่มมากขึ้น
“ส่วนที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง มาเป็นรัฐมนตรีว่าการ ศธ.นั้น มองว่าต้องเข้ามาทำงานในลักษณะเชิงรุก ถ้าได้นโยบายดีๆ และได้รัฐมนตรีรุ่นใหม่ มีรัฐบาลที่สามารถทำงานไปด้วยกันได้ จะทำให้ประเทศกลับมามีอนาคต และมีความหวังมากขึ้น” นายสมพงษ์กล่าว

