นายณัฐวร วงศ์จิตราทร ผู้ช่วยคณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา (มพ.) เปิดเผยว่า ชาวพุทธเชื่อกันว่าการนำผ้าขึ้นถวายห่มคลุมรอบพระธาตุเจดีย์ เสมือนได้น้อมถวายผ้าไตรแด่พระพุทธองค์ นับเป็นมงคลสูงสุดกุศลมากล้นพ้นประมาณ ด้วยอานิสงส์แห่งผลบุญจะนำพาให้พบแต่ความสุขความเจริญในชีวิต ประเพณีการห่มผ้าพระธาตุจึงถือปฏิบัติกันมาแต่โบราณ โดยประเพณีการห่มผ้าพระธาตุจอมทอง ถือเป็นประเพณีที่ดีงาม และเก่าแก่ของเมืองพะเยา ได้รับการหยิบยกขึ้นมาถือปฏิบัติอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยความร่วมมือระหว่างคณะศิลปศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิทยาลัยการศึกษา มพ., เทศบาลเมืองพะเยา และอีก 14 ชุมชนเมือง เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีแห่งล้านนาให้คงอยู่ชั่วลูกหลาน โดยจัดขึ้นในเดือน 6 เป็ง (ขึ้น 15 ค่ำ) ตามปฏิทินของเมืองล้านนา

นายณัฐวรกล่าวอีกว่า เดิมทั้ง 3 คณะ เคยรวมอยู่ในคณะเดียวกันคือคณะศิลปศาสตร์ เมื่อหลักสูตรเพิ่มขึ้นจึงแยกคณะไปตามความเชี่ยวชาญ ทางคณาจารย์ และนิสิตจึงมีแนวคิดให้นิสิตของ 3 คณะมีกิจกรรมทำร่วมกัน เพื่อให้เกิดความรักความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจ เฉกเช่นเมื่อครั้งยังอยู่รวมในคณะเดียวกัน ขณะที่ประเพณีแห่ผ้าห่มพระธาตุจอมทองนั้น เป็นวัฒนธรรมประเพณีอันเก่าแก่ของเมืองพะเยา คณะกรรมการจัดงานจากทั้ง 3 คณะ จึงจัดกิจกรรมนี้ขึ้นเพื่อสานต่อวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม อีกทั้ง ยังทำให้นิสิตทั้ง 3 คณะกลับมาทำกิจกรรมร่วมกัน โดยปีนี้เป็นปีที่ 2 ได้รับความร่วมมือจากเทศบาลเมืองพะเยา และชุมชน 14 แห่ง มาร่วมอนุโมทนาในขบวนแห่ผ้าห่มพระธาตุจอมทอง และได้รับเกียรติจาก น.ส.จุฬาสินี พรหมเผ่า นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองพะเยา นายสมบัติ นพรัก คณบดีวิทยาลัยการศึกษา นางพรรณยุพา นพรัก คณบดีคณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ และนายพูนพงษ์ งามเกษม คณบดีคณะศิลปศาสตร์ ร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามในครั้งนี้ด้วย
“งานแห่ผ้าห่มพระธาตุครั้งนี้ เต็มไปด้วยความร่วมมือร่วมใจของนิสิตทั้ง 3 คณะ ที่พร้อมใจแต่งกายด้วยชุดเวียงอย่างงดงาม ซึ่งได้แนวความคิดจากภูมิปัญญาของชาวไทลื้อ นิสิตยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นของล้านนาผ่านกิจกรรมดังกล่าวนี้ นอกจากความพิเศษของงานจะอยู่ที่การแห่ผ้าห่มพระธาตุจอมทองความยาว 36 เมตรแล้ว ในงานยังมีการแสดงฟ้อนพื้นบ้านล้านนาเชิงสร้างสรรค์ที่มีชื่อว่า ฟ้อนปัญญาเรืองรอง ม่วงทอง ม.พะเยา ซึ่งมีครูอริณ พูลเกษม ครูภูมิปัญญาด้านนาฏศิลป์พื้นถิ่นล้านนา จ.พะเยา ช่วยสร้างสรรค์ท่าฟ้อน โดยการฟ้อนของนิสิตทั้ง 3 คณะ กว่า 60 คน เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของงานแห่ผ้าห่มพระธาตุ โดยท่าฟ้อนที่อ่อนช้อยงดงามนี้ เป็นการนำศิลปะการฟ้อนพื้นเมืองโบราณล้านนา อาทิ ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเจิง ฟ้อนตบมะผาบ และฟ้อนก๋ายลาย มาประยุกต์ปรับใช้เข้าด้วยกัน กลายเป็นที่ดึงดูดสายตาของประชาชนใน จ.พะเยา และนักท่องเที่ยว สร้างความภาคภูมิใจให้นิสิต กิจกรรมครั้งนี้นอกจากจะส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยวในจังหวัดแล้ว ยังรักษาทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ถือเป็นการตอบโจทย์ 1 ในยุทธศาสตร์ทั้ง 7 ข้อ ของ มพ.” นายณัฐวร กล่าว

นายคณิต จองบุญ นิสิตชั้นปีที่ 3 คณรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ มพ.กล่าวว่า พระธาตุจอมทองเป็นเจดีย์ทรงล้านนาสูง 30 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจตุรัส กว้าง 9 เมตร ซ้อนกัน 3 ชั้น รองรับองค์ระฆัง ส่วนยอดสุดเป็นฉัตรสีทอง ฐานโดยรอบข้างล่างบุด้วยแผ่นโลหะ ดุนลายเป็นรูป 12 นักษัตร และลายไทยอันงดงามมาก สร้างขึ้นพร้อมเมืองพะเยา มีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ตั้งอยู่ในกลางเมือง เป็นปูชนียสถานที่สำคัญของเมืองพะเยา ความเชื่อของชาวล้านนา ใน 1 ปี จะนำดอกไม้เครื่องหอม และผ้าไตรสรณาคมน์มาห่มกระธาตุ เปรียบเสมือนการนำผ้านั้นมาถวายพระพุทธเจ้า ตนมีหน้าที่ดูแลด้านศาสนพิธี ทำให้ได้รู้จักศิลปวัฒนธรรมประเพณีโบราณของล้านนา ซึ่งงานนี้จะจัดทำตุง ทำเสลี่ยงเพื่อใส่ผ้าห่มพระธาตุ เสลี่ยงต้นหมากสุ่ม ต้นเทียน ต้นช่อ ต้นดอกไม้ นิสิตที่มาร่วมงานต่างพร้อมใจกันแต่งชุดเวียงซึ่งเป็นชุดพื้นเมือง และเป็นอัตลักษณ์ของ มพ.ทุกคนต่างร่วมแรงร่วมใจกันมาก ตั้งแต่การสร้างรูปขบวน การซ้อมรำเพื่อให้เกิดความพร้อมเพรียง นิสิตทุกคนต่างเสียสละมาร่วมสร้างงานบุญให้เป็นที่ประทับใจแก่ผู้มาร่วมงาน ภูมิใจที่งานออกมาดี มีรุ่นน้องมาช่วยงานด้วยใจรักอย่างเต็มที่ อนาคตสบายใจได้ว่ามีคนสานต่อวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามนี้แน่นอน
น.ส.วชิรวัฒน์ กาศเจริญ นิสิตชั้นปีที่ 5 วิทยาลัยการศึกษา มพ.กล่าวว่า ดีใจที่ได้มีส่วนร่วมในพิธีถวายพุทธบูชา และเป็นส่วนหนึ่งในขบวนฟ้อนรำเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นสู่สายตาประชาชนทั่วไป โดยตนมีหน้าที่ดูแลขบวนฟ้อนเพื่อให้เกิดความสวยงามพร้อมเพรียง โดยแบ่งขบวนฟ้อนแยกตามคณะ จากนั้นซ้อมร่วมกัน จากการทุ่มเทแรงกายแรงใจ ผลตอบรับกลับมาดีมาก ทำให้หายเหนื่อย อยากให้ประเพณีนี้บรรจุในปฏิทินท่องเที่ยวของจังหวัด เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมวัฒนธรรมเมืองพะเยามากขึ้น เพราะนอกจากธรรมชาติที่สวยงาม เรายังมีประเพณีวัฒนธรรมอันเก่าแก่ที่ดีงามเช่นกัน ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจชุมชนในอนาคตอีกด้วย


