เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เปิดเผยว่า ตนได้เข้าร่วมเสวนาพิเศษในหัวข้อ “Standardizing the Future: AI & Global Recognition” (ยกระดับมาตรฐานสู่อนาคต เมื่อ AI พลิกโฉมการศึกษาแพทย์ไทยทซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายภาคส่วน อาทิ นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ,ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) พล.อ.อ. นพ. อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา เป็นต้น

อธิบดีสกร. กล่าวต่อว่า ในการเสวนาได้มีการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ การสร้างความเท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยสะท้อนมุมมองของศธ. ว่า การเปิดโอกาสให้เด็กและประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม คือเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาประเทศ ซึ่ง เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การเข้าถึงองค์ความรู้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ทันสมัย และพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ

อธิบดี สกร. กล่าวต่อว่า ในบริบทของกระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่และครอบคลุมโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กว่า 29,000 แห่ง ปัญหาสำคัญที่เผชิญมาอย่างยาวนานคือ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยเฉพาะในโรงเรียนขนาดเล็กบางแห่งที่มีนักเรียนไม่ถึง 120 คน แต่ยังจำเป็นต้องเปิดทำการเรียนการสอนเพื่อให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงโอกาสอย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดที่ตามมาคือการขาดแคลนบุคลากรครูที่มีความรู้ความชำนาญครบทุกสาขาวิชาเพื่อให้ได้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

“ด้วยเหตุนี้ แนวทางการแก้ปัญหาที่สำคัญในอดีตคือการนำระบบ การศึกษาทางไกลโดยมีโรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นโรงเรียนต้นทางหรือครูตู้และโรงเรียนขนาดเล็กเป็นโรงเรียนปลายทางผ่านดาวเทียม โดยการจัดการศึกษาผ่านมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมในพระบรมราชูปถัมภ์ มาใช้ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่เกิดจากสายพระเนตรอันยาวไกลของ “พ่อหลวง” (รัชกาลที่ 9) โดยได้เริ่มดำเนินการอย่างต่อเนื่องมา จนถึงปัจจุบัน ในรัชกาลที่ 10 ซึ่งสืบสาน รักษา ต่อยอด เป็น New DLTV เป็นการสร้างโอกาสให้กับนักเรียนทั่วประเทศได้รับการเรียนรู้ที่ได้มาตรฐานสำหรับการศึกษาในระบบ และช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้โดยตรงในกรณีที่โรงเรียนปลายทางมีครูไม่เพียงพอหรือไม่พร้อมในบางรายวิชา ทำให้เด็กและครูในพื้นที่ห่างไกลสามารถเรียนรู้ไปพร้อมกับโรงเรียนที่มีความพร้อมสูงได้ เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคปัจจุบัน การจัดการศึกษาทางไกลได้มีการปรับตัวขนานใหญ่ตามพัฒนาการของเทคโนโลยี โดยเปลี่ยนจากระบบการส่งสัญญาณผ่าน ดาวเทียม มาสู่ระบบ ดิจิทัลเปรียบเป็น “พาหนะที่รวดเร็ว” ในการส่งต่อความรู้ให้เด็กไทยสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดทางเศรษฐกิจและสังคม เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมและพร้อมกันทั่วประเทศ”

นอกจากนี้ ยังได้สะท้อนบทบาทของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ซึ่งมีพันธกิจในการดูแลการเรียนรู้ของประชาชนทุกช่วงวัย ภายใต้แนวคิด “สกร. อยู่ในใจทุกครัวเรือน” โดยมุ่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายโอกาสทางการเรียนรู้ให้กับประชาชนทั่วประเทศ ผ่านกลไกของครู สกร. ที่ปฏิบัติงานอยู่ในทุกตำบล ทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำและสนับสนุนการเรียนรู้ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและแอปพลิเคชันที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต
พร้อมกันนี้ สกร. ยังมีแนวทางในการเชื่อมโยงผลการเรียนรู้จากกิจกรรมต่าง ๆ เข้าสู่ระบบ ธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถสะสมและเทียบโอนการเรียนรู้ได้อย่างยืดหยุ่น รวมทั้งดำเนินงานเชิงรุกผ่านเครือข่ายครูและบรรณารักษ์ในการเข้าถึงประชาชนในระดับชุมชนและครัวเรือน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง
ทั้งนี้ เวทีเสวนาดังกล่าวเป็นพื้นที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาและการพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต

