‘กองน้อยสตูดิโอ โรงเรียนจ่านกร้อง’ จากความสนใจ…. สู่ความเป็นเลิศในระดับนานาชาติ

13.03.26 | 10:55 น.

เสียงชัตเตอร์ที่รัวจังหวะ พร้อมแสงไฟในห้องตัดต่อ ภายในศูนย์คอมพิวเตอร์ที่ดูทันสมัยของ โรงเรียนจ่านกร้อง จังหวัดพิษณุโลก ไม่ใช่เพียงภาพการทำการบ้านส่งครูในชั่วโมงเรียนทั่วไป แต่นี่คือ “โรงบ่มเพาะฝัน” ที่รู้จักกันในนาม “กองน้อยสตูดิโอ” พื้นที่เล็ก ๆ ที่พิสูจน์ให้โลกเห็นว่า เมื่อ “ความสนใจ” ถูกรดน้ำด้วย “โอกาส” จะเติบโตเป็นศักยภาพที่ไร้พรมแดน

ปลายปากกาแห่งวิสัยทัศน์: ผู้สร้างโอกาสสู่พื้นที่แห่งความสำเร็จ

ต้นทางของความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ หากแต่เริ่มจากเข็มทิศที่ชัดเจน ดร.ศิริวรรณ ขวัญมุข ผู้อำนวยการ สพม.พิษณุโลก อุตรดิตถ์ ได้วางรากฐานนโยบาย “องค์กรนวัตกรรม นำความรู้ คู่คุณธรรม” โดยนิยามบทบาทของเขตพื้นที่ฯ ไว้ว่าต้องเป็น “ผู้สร้างโอกาส” การเปลี่ยนห้องเรียนสี่เหลี่ยมให้เป็น “พื้นที่แห่งการแสดงออก” คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ความรู้ในสมุดบันทึก กลายเป็นทักษะชีวิตที่เด็ก ๆ ภาคภูมิใจ

วิสัยทัศน์ดังกล่าวถูกสานต่ออย่างเป็นรูปธรรมโดย นายเสกสันต์ ทองม่วง ผู้อำนวยการโรงเรียนจ่านกร้อง ผู้ยึดถือคติ “ผู้นำด้านเทคโนโลยี มีคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานสากล บนพื้นฐานความเป็นไทย” ซึ่งเชื่อมั่นในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนเป็นสำคัญ มิใช่เพียงการสอนให้ใช้เครื่องมือเป็น แต่คือการสร้าง “นวัตกร” ที่มีหัวใจแห่งการสื่อสาร และพร้อมจะก้าวไปสู่ห้องเรียนพิเศษ SMTC (ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และโคดดิ้ง) ในปีการศึกษา 2569 นี้ เพื่อรองรับโลกยุคดิจิทัลอย่างเต็มภาคภูมิ

Advertisement

จากความสนใจสู่ความเชี่ยวชาญ: เมื่อ “ครู” คือ “โค้ช” เคียงข้างศิษย์

ในโลกของ “กองน้อยสตูดิโอ” บทบาทของครูผู้สอนได้ถูกปรับเปลี่ยนสู่การเป็น “โค้ช” (Coaching) และ “เมนเทอร์” (Mentoring) อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการวางแผนอย่างมีระบบผ่านนวัตกรรม 4W2H โดยการเรียนรู้แบบ “พี่สอนน้อง เพื่อนสอนเพื่อน” สร้างนิเวศทางการศึกษาที่อบอุ่น ดังที่ นายวัชรากร เปรมประสิทธิ์ หรือ ครูนนท์ เผยว่า ที่นี่เด็กๆ ได้ลองผิดลองถูก ได้ค้นหาความถนัดของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นผู้อยู่หน้ากล้อง หรือผู้อยู่เบื้องหลังงานเทคนิค ทุกวินาทีในสตูดิโอคือการขัดเกลาทักษะการแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกันเป็นทีม ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของพลเมืองโลกในศตวรรษที่ 21

ฝันของคนตัวเล็กๆ ที่พร้อมก้าวสู่โลกอันกว้างใหญ่ในอนาคต

สมาชิกทีม “กองน้อยสตูดิโอ” ในปัจจุบัน ประกอบด้วยนักเรียนชั้น ม.ปลาย ที่แม้จะเป็นเพียงคนตัวเล็กๆ แต่ก็มีความฝันอันยิ่งใหญ่ของตนเอง ได้แก่ นายพีรวิชญ์ นิรมล ม.6/7 (พีร์) ตากล้อง, นายอัครพัชร์ พลาพล ม.5/7 (เกรท) กำกับแสง, นายก้องภพ คล้ายทอง ม.6/2 (ก้อง) เขียนบท-กำกับภาพ, นายสิวัตน์ วงษาสนิท ม.5/7 (ไอซ์) จัดการกองถ่าย, นายกิตติภูมิ ธาราวิวัฒน์ ม.5/7 (แม็กกี้) เขียนบท-ลำดับภาพ และนางสาวชลรดา นารากรทินภัทร ม.4/7 (เนเน่) ตำแหน่งจัดการกองถ่าย พวกเขาเล่าถึงแรงบันดาลใจในการเข้าร่วมทีมว่า เกิดจากความสนใจด้านการถ่ายทำภาพยนตร์ การได้ชมผลงานของรุ่นพี่ หรือคำแนะนำจากคุณครู จึงเข้ามาใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และพัฒนาทักษะด้านสื่อสร้างสรรค์ สิ่งที่ชื่นชอบมากที่สุดคือการได้ทำงานร่วมกันแบบเป็นทีม บรรยากาศที่เป็นกันเอง และการได้รับการสนับสนุนจากครูและเพื่อน ๆ ในการสร้างผลงาน ทางผู้ปกครองก็ให้การสนับสนุนทั้งกำลังใจ การรับส่ง การช่วยค่าใช้จ่าย และการเปิดโอกาสให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งหมดนี้สามารถนำไปต่อยอดทั้งในการสร้างแฟ้มสะสมผลงานเพื่อยื่นเข้ามหาวิทยาลัย และการประกอบอาชีพด้านภาพยนตร์ สื่อ หรือการทำงานเบื้องหลังในอนาคต

ประกาศศักดาบนเวทีโลก: ผลลัพธ์ที่เป็นมากกว่ารางวัล

เมื่อเมล็ดพันธุ์ได้รับสารอาหารที่เหมาะสม ดอกผลแห่งความมุ่งมั่นจึงงดงามเกินความคาดหมาย ผลงานภาพยนตร์สั้นเรื่อง “KENDIM” และ “Recipe” จากฝีมือนักเรียนจ่านกร้อง ได้รับเลือกให้เดินทางข้ามทวีปไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์อาเซียน ณ กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก สะท้อนถึง Soft Power จากเด็กไทยที่สื่อสารสู่สากล

ไม่เพียงเท่านั้น รางวัล “นักทำหนังรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง” (The Most Promising Filmmakers) จากสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย 2 ปีซ้อน และรางวัลชนะเลิศในระดับชาติอีกมากมาย คือเครื่องการันตีคุณภาพชีวิตของนักเรียนจ่านกร้องที่ร้อยละ 100 มีความสามารถด้าน ICT ในระดับดีเยี่ยม และพร้อมจะต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพและอุดมศึกษาด้วยความมั่นใจ

ก้าวต่อไป: ต้นแบบที่ส่งต่อแรงบันดาลใจ

วันนี้ “กองน้อยสตูดิโอ” ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จภายในรั้วโรงเรียน แต่ได้กลายเป็น Best Practice ที่ส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับโรงเรียนเครือข่ายอย่างมากมาย ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด รวมถึงเครือข่ายภาพยนตร์สั้นทั่วทั้งประเทศ ที่ได้เข้ามาเรียนรู้กระบวนการและนำไปปรับใช้พัฒนาต่อยอด จากความสนใจเล็ก ๆ ในห้องสตูดิโอขนาดกะทัดรัด สู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในระดับนานาชาติ เรื่องราวของ “กองน้อยสตูดิโอ โรงเรียนจ่านกร้อง” จึงเป็นบทเรียนล้ำค่าที่บอกเราว่า “ถ้าเราไม่ปิดกั้นจินตนาการ และกล้าที่จะเปิดพื้นที่ให้เด็กได้ลงมือทำ… ศักยภาพของเยาวชนไทยนั้นไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริง”