‘จุฬาฯ’ เร่งพัฒนายารักษามะเร็ง ใช้ภูมิคุ้มกันบำบัด-ลดผลข้างเคียง ปักธงส่งเสริมการเรียนรู้ทุกช่วงวัย
เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่เรือนจุฬานฤมิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายวิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ พร้อมผู้บริหาร ร่วมงาน “President’s Tea Room” อธิการบดีจุฬาฯ พบสื่อมวลชน โดยนายวิเลิศ กล่าวว่า โลกมีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ด้วยนวัตกรรมและความรู้ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง วันนี้บทบาทมหาวิทยาลัยกว้างขวางขึ้น ก้าวต่อไปของการศึกษา ไม่จำกัดเฉพาะนิสิตแต่รวมถึงประชาชน เป็นมหาวิทยาลัยแห่งการส่งเสริมการเรียนรู้ ภายใต้ยุทธศาสตร์ เติบโตรอบทิศ มีนิสิตเป็นศูนย์กลาง และพัฒนาเติบโตไปทางทิศบน มีความเป็นอินเตอร์มากขึ้น เชื่อมโยงกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยสถานการณ์ปัจจุบันมีข้อมูลข่าวสารจำนวนมาก ทำให้เป็นเรื่องยากในการแยกแยะว่า เรื่องใดจริงหรือไม่ ดังนั้นจึงมีแนวคิดจัดตั้งศูนย์ เซอร์ติฟายเพลส เพื่อคัดกรองข้อมูลไม่ให้เกิดผลเสียต่อสังคม

นายวิเลิศ กล่าวว่า โดยการก้าวสู่ที่ 109 ของจุฬาฯ เลือกก้าวไปพร้อมความก้าวหน้า ทั้งนี้ความรู้ล้าสมัยไปตามกาลเวลา แต่คนที่มีความรู้ไม่เคยล้าสมัย ดังนั้น จุฬาฯ ได้จัดตั้งวิทยาลัยและคณะใหม่ 3 แห่ง คือ วิทยาลัยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อประชาชนแห่งจุฬาฯ หรือ Chula XL ซึ่งมีหลักสูตรทั้งออนไลน์ ออนไซต์ มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชนทุกช่วงวัย ผ่านหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่น สามารถเข้าถึงได้ง่าย และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและตลาดแรงงานในยุคปัจจุบัน โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถพัฒนา ทักษะใหม่ ๆ ทั้งในรูปแบบหลักสูตรระยะสั้น การอบรม และระบบคลังหน่วยกิตที่สามารถสะสมและ ต่อยอดการศึกษาได้ในอนาคต
นายวิเลิศ กล่าวต่อว่า จัดตั้งคณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากสำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร มุ่งพัฒนา บัณฑิตให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) และผู้ประกอบการด้านการเกษตร (Agripreneur)ที่สามารถแก้ปัญหาเชิงระบบได้ พร้อมทั้งสร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรมแบบสหศาสตร์ที่ครอบคลุมตลอด ห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการตลาด เพื่อทำหน้าที่ชี้นำและขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยในการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับสากล และจัดตั้งวิทยาลัยสหศาสตร์บูรณาการแห่งจุฬาฯ ซึ่งปรับเปลี่ยนชื่อและพันธกิจมาจาก “บัณฑิตวิทยาลัย”เดิม จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนารูปแบบการศึกษาสหวิทยาการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่มุ่งเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้านการจัดการศึกษาสหวิทยาการแบบบูรณาการ ครอบคลุมตั้งแต่ระดับปริญญาตรี บัณฑิตศึกษา ไปจนถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต พร้อมผสานองค์ความรู้จากหลากหลายศาสตร์ร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีพันธกิจในการจัดการศึกษาสหวิทยาการเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะสูง มีความเป็นผู้ประกอบการ และสามารถบูรณาการองค์ความรู้เพื่อแก้ไขปัญหาของสังคมในอนาคต
“การจัดตั้งคณะและหน่วยงานใหม่ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาการศึกษาให้มีความยืดหยุ่น ทันสมัย และตอบสนองต่อความต้องการของสังคม ประเทศชาติและประชาชน นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ของนิสิตที่เชื่อมโยง กับสังคมจริง ผ่านการเรียนรายวิชาศึกษาทั่วไป นอกจากนี้ยังได้ขยายความร่วมมือแบบไตรภาคีกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ข้ามสถาบัน “นายวิเลิศ กล่าว
อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งงานที่สำคัญ คือ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับสภากาชาดไทย วิจัยและพัฒนายารักษามะเร็ง ยาภูมิคุ้มกันบำบัด ซึ่งต่างกับเคมีบำบัด คือ โจมตีเซลล์มะเร็งโดยตรง ลดผลข้างเคียงต่อเซลล์ปกติโดยมีการทดลองฉีดในสัตว์ หรือ ลิง ไปแล้วพบว่า ประสบความสำเร็จ และอยู่ระหว่างระดมเงิน เพื่อทำการทดลองในมนุษย์จำนวน 100 คน หากสำเร็จ จะผลักเข้าสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ( สปสช.) เพื่อให้คนได้รับการรักษามะเร็งที่มีคุณภาพ


