สพฐ. ชี้ ห้ามนำมือถือเข้าห้องเรียน พิจารณาตามความเหมาะสม สั่งเขตพื้นที่ฯ เวิร์กฟรอมโฮม ไม่เกิน 50%

17.03.26 | 15:09 น.

สพฐ. ชี้ ห้ามนำมือถือเข้าห้องเรียน พิจารณาตามความเหมาะสม สั่งเขตพื้นที่ฯ เวิร์กฟรอมโฮม ไม่เกิน 50%

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ว่า ที่ประชุมหารือได้การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 ซึ่งสำนักการคลังและสินทรัพย์ สพฐ.ได้รายงานตัวเลขการเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่งตนก็ได้เร่งรัดให้มีการเบิกจ่ายเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายและระเบียบที่กำหนดไว้ทั้งส่วนกลางและเขตพื้นที่ฯ โดยเฉพาะงบลงทุน ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีหนังสือจากสำนักงบประมาณ “เรื่องการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม 25% ซึ่งงวดแรกและงวดที่สองได้ดำเนินการไปแล้ว 75% ก็จะเร่งรัดติดตามการใช้งบประมาณเหล่านี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดไม่ให้ได้รับผลกระทบเช่น เงินเดือนครูอัตราจ้าง พนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะต้องจ่ายให้ครบทุกเดือน

“ขอฝากบอกอัตราจ้างเหล่านี้ว่า จะไม่ได้รับผลกระทบเรื่องเงินเดือนแน่นอน สพฐ.จะดูแลให้เป็นปัจจุบันทันสมัยและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจและสร้างมาตรฐานการทำงานเพื่อส่วนรวมต่อไป อย่างไรก็ตาม สำนักงบประมาณยังบอกว่าถ้ามีความจำเป็นจะขอเพิ่มเติมงบประมาณ ก็ให้ขอมาได้ ดังนั้น สพฐ.ก็จะไปวิเคราะห์ว่าอะไรมีความจำเป็นจะต้องของบประมาณเพิ่มเติมในส่วนที่จำเป็นจริง ๆ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการทำงานของ สพฐ.ทั้ง ส่วนกลาง เขตพื้นที่ฯ โรงเรียน การใช้งบประมาณครั้งนี้ก็จะใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดกับทางราชการ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล

“ส่วนมาตรการเวิร์กฟอรมโฮม ของ สพฐ.นั้นในที่ประชุมได้วิเคราะห์ในแง่มุมต่าง ๆ แล้วเห็นว่า ผู้บริหารส่วนกลาง ตั้งแต่เลขาธิการกพฐ. รองเลขาธิการ กพฐ.ผู้ช่วย กพฐ.ผอ.สำนักต่าง ๆ ผอ.กลุ่มงาน จะต้องมาทำงานตามปกติ เพื่อให้ขับเคลื่อนงานต่อไปได้ไม่สะดุด ส่วน เขตพื้นที่การศึกษา ตั้งแต่ผอ.รอง.ผอ.เขตพื้นที่ฯผอ.กลุ่มงาน ก็ให้มาทำงานตามปกติ เฉพาะเจ้าหน้าที่ให้หมุนเวียนตามความเหมาะสม และต้องลงเวลาผ่านระบบออนไลน์ สำหรับคนที่เวิร์กฟรอมโฮมและ จะต้องติดต่อได้ตลอดเวลา เพื่อให้งานเดินหน้าต่อไปได้ แต่ทั้งนี้ให้เวิร์กฟรอมโฮมได้ไม่เกิน 50%”นายพิเชฐ กล่าว

Advertisement

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ กทม. มีมาตรการสั่งเก็บโทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟนของนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม. ทั้ง 437 แห่ง โดยห้ามใช้ในเวลาเรียนนั้น ขณะนี้อยู่ในช่วงปิดภาคเรียน โดยจะเปิดภาคเรียนวันที่ 16 พฤษภาคม การห้ามนำอุปกรณ์มือถือ ให้โรงเรียนพิจารณาตามความเหมาะสม เพราะครูผู้สอนจะทราบพฤติกรรมของเด็กเป็นรายบุคคลอยู่แล้ว เช่น นำมาใช้เพื่อศึกษาค้นคว้าประกอบการเรียนการสอน เป็นต้น โดยต้องสื่อสารให้ผู้ปกครอง และนักเรียนเกิดความเข้าใจ