อธิการบดีจุฬาฯ หวังรัฐบาลใหม่ มองการศึกษา คือการลงทุน ดันขึ้นแท่น ‘กระทรวงเศรษฐกิจ’ นำรายได้เข้าปท.
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม นายวิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ตามที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้รับการเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 เพื่อจัดตั้งรัฐบาลนั้น สำหรับมหาวิทยาลัยพร้อมสนองนโยบายรัฐบาลที่ทำให้ประเทศไทยดีขึ้น สิ่งที่อยากฝากให้รัฐมนตรีว่าการว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ไปผลักดัน คือ อยากให้มองว่า มหาวิทยาลัย ไม่เท่ากับปริญญา แต่มหาวิทยาลัยเท่ากับพื้นที่แห่งการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่สร้างคุณภาพชีวิตให้กับผู้คน ในส่วนของจุฬาฯ ได้จัดตั้งวิทยาลัยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อประชาชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chula XL) ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชน และขณะนี้จุฬาฯ รุกคืบออกนอกมหาวิทยาลัยและไปทั่วประเทศแล้ว จึงอยากได้รัฐบาลที่ตอบรับและสอดประสานกับมหาวิทยาลัยในการสร้างบทบาท สร้างพื้นที่ ทำให้ประเทศไทยเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้
นายวิเลิศ กล่าวต่อว่า ประกอบกับเรียนรู้ในปัจจุบัน มีทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ ซึ่งทำให้ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้อย่างทัดเทียม และมีคุณภาพไปพร้อมๆกัน จึงอยากให้รัฐบาลมอง การศึกษาในวันนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องของค่าใช้จ่าย ที่จ่ายและหมดไป แต่การศึกษาคือการลงทุน ที่ผลิดอกออกผล งบประมาณที่ลงในส่วนของการศึกษา ไม่ควรมองว่ามหาวิทยาลัยมีจำนวนนิสิต นักศึกษากี่คน เพราะบทบาทของมหาวิทยาลัยในปัจจุบันนั้นกว้างขึ้น ไม่ได้รองรับเฉพาะเยาวชนเท่านั้น แต่มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่พัฒนาคนทั้งประเทศ
นายวิเลิศ กล่าวต่อว่า การทำให้คนมีคุณภาพ มาจากการเรียนรู้และการศึกษา ดังนั้น การศึกษาต้องมีคุณภาพด้วย จึงอยากให้รัฐบาลมองเรื่องการศึกษาให้เป็น “กระทรวงเศรษฐกิจ” ที่นำรายได้เข้าสู่ประเทศ ถ้าวันนี้เรามองแค่การนำซอฟต์พาวเวอร์ ดึงชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในประเทศ โดยการเที่ยวแต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 5-6 หมื่นบาท ซึ่งนักท่องเที่ยวเหล่านี้มาแล้วก็ไป แต่ถ้าสามารถทำให้ คนเข้ามาเรียนปริญญาตรีที่ประเทศไทย 4 ปี ต่อด้วยเรียนปริญญาโท 2 ปี และปริญญาเอก 3-4 ปี มองว่าคนนั้นจะนำเงินเข้าประเทศไทยหลายล้านบาท
“การศึกษาสามารถพัฒนาเศรษฐกิจประเทศไทยได้ จึงอยากให้รัฐบาลมอง 1. การศึกษาเป็นการพัฒนาประเทศชาติ และ 2.การศึกษาเป็นการสร้างเศรษฐกิจ ให้ประเทศไทยมี GDP มากขึ้น คือการสร้างรายได้ควบคู่ไปกับการพัฒนาการศึกษาให้ทัดเทียมกับระดับนานาชาติ” นายวิเลิศ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมาจะมีคำว่างานวิจัยขึ้นหิ้งไม่ได้นำมาพัฒนาประเทศ ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) จะผลักดันเรื่องนี้กับรมว.อว.อย่างไรบ้าง? นายวิเลิศ กล่าวว่า ทอป.ดูแลเรื่องมหาวิทยาลัย แต่นโยบายทั้งหมดขึ้นอยู่ภายใต้การกำกับของรัฐมนตรีว่าการ อว.และกระทรวง อว.เป็นหลัก มองว่าถ้าวิจัยไม่ขึ้นหิ้ง และใช้ได้จริง จะต้อง Research & Development หรือ วิจัยและพัฒนาไปพร้อมกัน เมื่อทำไปพร้อมกันแล้วจะได้นวัตกรรมขึ้นมา แต่ปัจจุบันบ่อยครั้งจะพบว่าการวิจัยและพัฒนาไม่ไปควบคู่กัน ดังนั้นบทบาทของมหาวิทยาลัยและอว. จะต้องพัฒนาสิ่งเหล่านี้ไปควบคู่กัน

