นายชยพล พงษ์สีดา รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยถึงกรณีที่หลายวัดขึ้นป้ายสนับสนุนมติมหาเถรสมาคม (มส.) เมื่อวันที่ 5 มกราคม กรณีเสนอสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหมาะสมหรือไม่ ว่า เรื่องดังกล่าวพระเถระผู้ใหญ่ใน มส.ทราบเรื่องแล้ว และเกิดความไม่สบายใจ จึงเรียกตนเข้าหารือ เบื้องต้น พศ.ได้กำชับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ทุกจังหวัด ให้ประสานไปยังเจ้าคณะผู้ปกครอง เพื่อดูแลวัดในสังกัดที่ขึ้นป้ายดังกล่าว โดยให้ระมัดระวังในการใช้ข้อความขึ้นป้าย เพราะอาจกระทบกระเทือนจิตใจของพุทธศาสนิกชนบางส่วน
“เจตนาของวัดที่ขึ้นป้ายสนับสนุน มติ มส.แม้เป็นเจตนาที่บริสุทธิ์ของพระสงฆ์ แต่มีพระเถระ และพุทธศาสนิกชนบางส่วนรู้สึกไม่สบายใจ จึงอยากให้สนับสนุนด้วยความรู้สึกข้างในมากกว่า” นายชยพลกล่าว
พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย (ศพศ) กล่าวว่า ที่หลายวัดออกมาขึ้นป้ายสนับสนุนมติ มส.เป็นการแสดงทัศนคติของพระสงฆ์ที่สันติที่สุด และไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ซึ่งประชาชนบางส่วนเข้าใจสถาการณ์ดี และสนับสนุนเรื่องนี้ แต่เมื่อมีพระเถระออกมาแสดงความรู้สึกไม่สบายใจ อาตมาจะรับฟัง และนำเรื่องดังกล่าวหารือกับภาคีเครือข่ายองค์กรชาวพุทธ เพื่อกำหนดท่าทีต่อไป อย่างไรก็ตาม ทุกวัดที่ขึ้นป้ายได้ประสานมายัง ศพศ เพื่อนำป้ายไปติดหน้าวัด โดยไม่มีการลักลอบติดป้ายโดยพลการตามที่มีกระแสข่าว ที่สำคัญขณะนี้หลายวัดแสดงความประสงค์มายัง ศพศ เพื่อขอป้ายสนับสนุนมติ มส.ไปติดที่หน้าวัดจำนวนมาก
“กระบอกเสียงจากป้ายกำแพงวัด แสดงออกถึงความรู้สึก และเจตนาของพระสงฆ์ทั่วประเทศ จะสะท้อนไปยังรัฐบาล ให้ดำเนินการในเรื่องแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ตามกระบวนการ และวิธีนี้เป็นวิธีที่แสดงออกอย่างสงบแล้ว” พระเมธีธรรมาจารย์กล่าว
พระพรหมเสนาบดี (พิมพ์ ญาณวีโร) เจ้าคณะภาค 7 เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา ในฐานะประธานโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 กล่าวว่า กรณีที่มีหลายวัดขึ้นป้ายสนับสนุนมติ มส.ประกบกับป้ายโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 นั้น มองว่าแม้เป็นคนละเรื่อง และไม่เสียหาย เพราะป้ายสนับสนุนมติ มส.เป็นการแสดงพลังศรัทธาของพระสงฆ์เท่านั้น ส่วนที่มีผู้เสนอให้ขึ้นป้ายว่า “วัดนี้พระสงฆ์ปฏิบัติศีลครบ 227 ข้อ” นั้น อาตมามองว่าในข้อวัตรของพระสงฆ์ไม่จำเป็นต้องโฆษณา เพราะอยู่ที่ความประพฤติของพระสงฆ์ที่รู้กันอยู่แล้ว

