ม.หอการค้าไทย ผนึกสภาองค์การนายจ้างไทยสากล ลงนาม MOU เชื่อมการศึกษา-อุตสาหกรรม
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC) และสภาองค์การนายจ้างไทยสากล ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เพื่อพัฒนาหลักสูตร สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และเสริมสร้างศักยภาพนักศึกษาให้พร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมีคุณภาพ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วีระชาติ กิเลนทอง รองอธิการบดีอาวุโส สายงานวิชาการและงานวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และนายธิติ คัณธามานนท์ ประธานสภาองค์การนายจ้างไทยสากล เป็นผู้ลงนามร่วมกัน ที่อาคาร 5 ชั้น 9 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ความร่วมมือในครั้งนี้ครอบคลุม 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม การวิจัยเชิงนวัตกรรม การฝึกประสบการณ์วิชาชีพในรูปแบบสหกิจศึกษาและการฝึกงาน การสร้างมาตรฐานฝีมือแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ตลอดจนการส่งเสริมการบรรยายพิเศษ การให้คำปรึกษา และการศึกษาดูงานจากสถานประกอบการจริง
รองศาสตราจารย์ ดร.วีระชาติ กิเลนทอง รองอธิการบดีอาวุโส สายงานวิชาการและงานวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ความร่วมมือกับสภาองค์การนายจ้างไทยสากลในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงภาคการศึกษากับภาคอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยมุ่งมั่นพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อให้นักศึกษาของเราสามารถก้าวเข้าสู่โลกการทำงานได้อย่างมั่นใจและมีศักยภาพ
นายธิติ คัณธามานนท์ ประธานสภาองค์การนายจ้างไทยสากล กล่าวว่า สภาองค์การนายจ้างไทยสากลเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของชาติ การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยจะช่วยสร้างมาตรฐานด้านฝีมือแรงงาน พัฒนาศักยภาพบุคลากร และเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงในภาคธุรกิจ
ดร.อารดา มหามิตร คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า UTCC มีจุดยืนชัดเจนในการเป็น Practice-Based Learning สำหรับการเรียนปริญญาโทและปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เราไม่ได้สอนแค่ทฤษฎี แต่เราเน้นให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้จริง สร้างธุรกิจจริง และสร้างผลลัพธ์ได้จริง งานสัมมนาวันนี้เราหยิบยกบริบทของภาคธุรกิจโลจิสติกส์ โดยมองว่าผู้บริหารยุคนี้ต้องเข้าใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นบนกติกาใหม่ของโลก และควรรู้ว่าใน Value Chain เราอยู่จุดใด การเตรียมตัววันนี้ต้องมองถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น และสามารถออกแบบธุรกิจที่ทั้งแข่งขันได้และยั่งยืน
ผศ.ดร.นันทิ สุทธิการนฤนัย ผู้อำนวยการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านโลจิสติกส์สูงในระดับภูมิภาค แต่ความท้าทายสำคัญคือผู้บริหารเชิงยุทธศาสตร์ที่สามารถออกแบบระบบโลจิสติกส์ทั้งห่วงโซ่อุปทาน หลักสูตรปริญญาเอกด้านโลจิสติกส์ของ UTCC จึงถูกออกแบบให้เป็น Executive Track ที่ผสานการวิจัยและการประยุกต์ใช้จริงในองค์กร โดยเราเน้นการพัฒนาสำคัญ ได้แก่ Data-driven Logistics, Digital & AI in Supply Chain, ESG & Carbon Management, Strategic Supply Chain Design เป้าหมายคือการสร้าง “ผู้นำที่คิดเป็นระบบ และประยุกต์ได้จริง” เพื่อยกระดับองค์กรและประเทศ
นอกจากพิธีลงนามแล้ว ภายในงานยังจัดให้มีการเสวนาพิเศษในหัวข้อ “พัฒนาศักยภาพผู้บริหารด้านโลจิสติกส์ในยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” ในเวลา 14.30 – 16.00 น. โดยมีวิทยากร 3 ท่าน ได้แก่
ณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ร่วมเสวนากับ นาทพลินทร์ ทัศนปริชญานนท์ นักศึกษาปริญญาเอกหลักสูตรโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในหัวข้อ “นโยบาย CBAM และทิศทางเศรษฐกิจคาร์บอนโลก” เจาะลึกมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ที่มีผลต่อการส่งออกไทย โดยย้ำว่าผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเร่งปรับกระบวนการผลิตและรายงานข้อมูลการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นระบบ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก
รองศาสตราจารย์ ดร.สถาพร อมรสวัสดิ์วัฒนา รองอธิการบดีอาวุโส สายงานบริหาร มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย บรรยายในหัวข้อ “บทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของโลจิสติกส์ในการบริหารองค์กร” กล่าวถึงการปรับแผนยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยยกกรณีศึกษาความสำเร็จของ Zara ที่ใช้การบริหารจัดการ Supply Chain อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ทันท่วงที
พิธีลงนาม MOU และการเสวนาในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในการสร้างเครือข่ายพันธมิตรกับภาคเอกชนและองค์กรนายจ้างชั้นนำ เพื่อตอกย้ำจุดยืนในการเป็นมหาวิทยาลัยที่ผลิตบัณฑิตคุณภาพ พร้อมรับมือกับความท้าทายด้านเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและตลาดแรงงานยุคใหม่


