เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม นายรัฐพงศ์ บุญญานุวัตร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เปิดเผยว่า กรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอให้นายกรัฐมนตรีใช้มาตรา 44 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สถาบันอุดมศึกษาจากต่างประเทศที่มีศักยภาพสูงมาเปิดสอนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ เน้นการผลิตเฉพาะสาขาขาดแคลนที่มหาวิทยาลัยไทยเปิดสอนไม่ได้ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เห็นด้วย เพื่อรองรับการพัฒนาบุคลากรยุคไทยแลนด์ 4.0 นั้น เห็นด้วยกับแนวคิดที่จะเปิดทางเลือกในการอุดมศึกษาในไทยมีทางเลือกใหม่สำหรับผู้เรียน อย่างไรก็ตาม ก่อนจะดำเนินการใดๆ อยากให้ผู้มีอำนาจฟังความรอบด้าน ที่สำคัญปัญหาการศึกษาของไทยที่เป็นกับดัก และหลุมดำ ที่ไม่สามารถแข่งขันกับต่างชาติในมิติของสากลได้ เพราะเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล หรือรัฐมนตรีทุกครั้ง ผู้ดูแลนโยบายการศึกษามักผุดไอเดียใหม่ และทิ้งของเก่า จนทำให้ข้าราชการ หรือผู้ปฏิบัติตาม หรือปรับตัวไม่ทัน ผลกระทบที่ตามมาคือเด็กและเยาวชนต้องรับสภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้มองได้ 2 ด้าน ด้านบวก จะเป็นแรงผลัก หรือแรงกระตุ้นให้มหาวิทยาลัยไทยตื่นตัว และปรับตัวในการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิตอล โดยเฉพาะคุณภาพที่จะทำให้ตลาดแรงงานยอมรับ ที่สำคัญจะเป็นทางเลือกให้ผู้เรียนมีโอกาส และทางเลือกในการแสวงหาช่องทางการศึกษาที่ตรงกับความต้องการ และตลาดแรงงาน ในทางกลับกันด้านลบ พบว่าวันนี้ไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุ อัตราการเกิดลดลง ซึ่งทุกมหาวิทยาลัยทราบดีว่าผู้เรียนลดลงอย่างน่าใจหาย มหาวิทยาลัยรัฐอาจไม่กระทบมากนักกับแนวคิดนี้ เพราะมีต้นทุนทางสังคม และหน้าตักที่หนา แต่ต้องยอมรับว่ามหาวิทยาลัยเอกชนกระทบอย่างหนักแน่นอน แม้จะรู้ดีว่าจะดำรงอยู่ในแวดวงอุดมศึกษาในศตวรรษที่ 21 ได้ จำเป็นต้องปรับตัว เน้นคุณภาพเป็นจุดขาย รวมทั้ง เปิดมิติของนวัตกรรมใหม่ๆ ทางการจัดการศึกษา แต่หลายแห่งยังประสบปัญหา ที่น่าสนใจคือมหาวิทยาลัยเอกชนส่วนหนึ่งทุ่มโฆษณาในลักษณะลดแหลกแจกแถม เพื่อดึงนักเรียน” นายรัฐพงศ์ กล่าว
นายรัฐพงศ์กล่าวอีกว่า ดังนั้น การที่ ศธ.ซึ่งเป็นองค์กรหลักในการรับผิดชอบการศึกษาของชาติ ต้องวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง หรือต้องฟังความรอบด้านก็คงไม่สายเกินไป ที่สำคัญอย่าเอาอนาคตการพัฒนาชาติไปผูกไว้กับมาตรา 44 ซึ่งบางครั้งผลที่ตามมาอาจไม่คุ้ม” นายรัฐพงศ์ กล่าว

