ม.รังสิต แถลงการณ์แจงเลิกจ้าง อ.โต้ง ผลสอบชี้ชัด ป่าวประกาศ ‘ปราบทุจริต’ สร้างเรื่องเท็จ โต้ปมขโมยดิน

1.04.26 | 21:30 น.

ม.รังสิต แถลงการณ์ คำสั่งเลิกจ้าง อ.โต้ง ผลสอบวินัยชี้ชัด ป่าวประกาศ ‘ปราบทุจริต’ สร้างเรื่องเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริง ฟันโทษสถานหนัก-ไม่จ่ายชดเชย โต้ปม ‘ขโมยดิน’

จากกรณี รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล หรือ อ.โต้ง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “หลังจากผมออกรายการโหนกระแส เปิดปากกับภาคภูมิ พี่อาร์ท วันนี้ (31 มี.ค.69) มหาวิทยาลัยมีคำสั่งให้ผมออกจากงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชยครับ มีผล 1 เม.ย.69 #ธรรมาภิบาล #กระทรวงอว #ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว” พร้อมกันนี้ อ.โต้ง ยังระบุถึงกลุ่มคนลักลอบขนดินในมหาวิทยาลัยปี 2557 ต่อเนื่อง 7 วัน มีการแจ้งดำเนินคดี คู่ขนานกับการตั้งกรรมการสอบสวน ทว่าผู้ก่อเหตุทั้งหมดไม่ถูกลงโทษแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังเอ่ยถึงการไปออกรายการโหนกระแส เกี่ยวพันกับการบริการงาน จนพบว่าถูกตั้งกรรมการสอบปมดังดล่าว ชี้ว่า อ.โต้ง ผิดกฎหมายหลายข้อหานั้น

เมื่อวันที่ 1 เมษายน ฝ่ายสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่แถลงการณ์มหาวิทยาลัยรังสิต ความว่า สืบเนื่องจากการโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์และการให้สัมภาษณ์ของ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล ที่กล่าวว่าถูกลงโทษทางวินัยและพันสภาพบุคลากร โดยไม่ได้รับเงินชดเชย

มหาวิทยาลัยรังสิตรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากการให้ข้อมูลของ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ อดีตบุคลากรของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีการกล่าวอ้างถึงสาเหตุการพ้นจากตำแหน่งบริหารว่าตนเองได้เข้าไปปราบปรามการทุจริต

เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องบนบรรทัดฐานของความจริง มหาวิทยาลัยรังสิตขอชี้แจง ดังต่อไปนี้

1.ประเด็นการพ้นตำแหน่งบริหาร ข้อกล่าวอ้างที่ว่า “ถูกปลดจากตำแหน่งรองอธิการบดีเนื่องจากการปราบปรามทุจริต” นั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2568 มหาวิทยาลัยรังสิด ได้มีการปรับโครงสร้างการบริหารและวางยุทธศาสตร์ใหม่ โดย ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ ได้รับการแต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัยให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี เมื่อมีการแต่งตั้งอธิการบดีใหม่แล้ว การพ้นจากตำแหน่งของรองอธิการบดีชุดเดิมจึงเป็นไปโดยปริยาย ตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 มาตรา 39 ซึ่งกำหนดให้เมื่ออธิการบดีพ้นจากตำแหน่งรองอธิการบดีทุกคนต้องพ้นจากตำแหน่งตามกฎหมาย มีใช่การถูกสั่งปลดจากความผิดส่วนบุคคลหรือผลจากการตรวจสอบทุจริตตามที่กล่าวอ้าง

Advertisement

2.ประเด็นการลักทรัพย์ของมหาวิทยาลัย (ขโมยดิน) เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนอย่างแท้จริง เนื่องด้วยมหาวิทยาลัยรังสิตมีโครงการก่อสร้างอาคารใหม่ จึงต้องมีการปรับปรุงพื้นที่และดำเนินการขนย้ายขยะ (ที่กองอยู่บนดิน) รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ ได้รับรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชา พร้อมรูปถ่ายการเคลื่อนย้ายดังกล่าวว่ามีการขนดินออกไปด้วย

จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า ข้อมูลที่ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ นำไปสื่อสารต่อสาธารณะในลักษณะที่ว่ามีการขโมยดิน จำนวน 140 คันรถ เป็นข้อมูลอันเป็นเท็จโดยสิ้นเชิง โดยมีหลักฐานยืนยัน ดังนี้

ในรายงานการสอบสวนภายในมหาวิทยาลัยที่ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ เป็นประธานสอบสวนด้วยตนเองในขณะนั้น ได้ข้อสรุปชัดเจนว่า “ไม่มีหลักฐานชัดเจนเพียงพอว่ากระทำผิดอาญาตามข้อกล่าวหา” (ข้อหาลักทรัพย์)

อีกทั้งในชั้นต่อมา คณะกรรมการคุ้มครองการทำงาน ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกและผู้แทนจากกระทรวงการอุตมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ก็ได้พิจารณาร่วมกันและเห็นพ้องกับกรรมการในชั้นตันว่า ไม่ปรากฎพฤติการณ์การลักทรัพย์ตามที่กล่าวหา

3.ประเด็นการพิจารณาโทษทางวินัย มหาวิทยาลัยรังสิตได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง โดยมีศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวน โดยกรรมการชุดนี้ได้เรียกเอกสารทั้งหมดจากผู้เกี่ยวช้องและพยานบุคลในด้านต่างๆ รวมถึงเอกสารขี้แจงจาก รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์

คณะกรรมการได้วินิจฉัยเสนอต่อมหาวิทยาลัยว่าการที่ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ นำประเด็นไปป่าวประกาศว่าเป็นการ “ปราบทุจริต” นั้น เป็นการสร้างเรื่องเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริงให้สังคมเข้าใจผิด

การกระทำดังกล่าวถือเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับมหาวิทยาลัยรังสิต ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ.2550 เป็นการจงใจทำให้มหาวิทยาลัยได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงและเกียรติคุณอย่างร้ายแรง คณะกรรมการสอบสวนจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ลงโทษทางวินัยสถานหนัก คือ “เลิกจ้าง” โดยให้พ้นสภาพการเป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัย และไม่มีการจ่ายค่าชดเชยตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

มหาวิทยาลัยรังสิตจึงได้มีคำสั่งหมายเลข 325/2569 เรื่อง เลิกจ้างบุคลากร ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยรังสิตได้ส่งมอบผลการสอบสวนให้แก่ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ เรียบร้อยแล้ว คำสั่งนี้มีความยาว 12 หน้า (A4) อธิบายพฤติการณ์แห่งคดีและข้อวินิจฉัยทางกฎหมายอย่างละเอียด อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยรังสิตไม่สามารถเผยแพร่คำสั่งดังกล่าวโดยปราศจากการยินยอม รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ เนื่องด้วยเป็นข้อมูลส่วนบุคคล

มหาวิทยาลัยรังสิตถือพันธกิจสร้างสรรค์สังคมธรรมาธิบไตย ยึดถือธรรมาภิบาลและความโปร่งใสมาโดยตลอด และพร้อมปกป้องเกียรติภูมิของสถาบัน มิให้บุคคลใดนำข้อมูลอันเป็นเท็จไปสร้างความเข้าใจผิดต่อสังคม

ทั้งนี้ ข้อร้องเรียนอื่นใดที่ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ ได้กล่าวอ้าง เกี่ยวข้องกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มหาวิทยาลัยรังสิตขอชี้แจงว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวกับเหตุในการเลิกจ้างทั้งสิ้น มหาวิทยาลัยรังสิตขอให้สื่อมวลชนและสื่อสังคมอออนไลน์ต่างๆ พิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้านเพื่อมีให้ตกเป็นเหยื่อในการร่วมสร้างสถานการณ์ที่เพิ่มเติมข้อมูลเท็จแก่สังคมต่อไป