ม.ศรีปทุม เปิดหลักสูตรใหม่ ‘CREATIVE EVENT’ มุ่งปั้นเด็กบุกอุตสาหกรรมบันเทิง

5.04.26 | 14:17 น.

ม.ศรีปทุม เปิดหลักสูตรใหม่ ‘CREATIVE EVENT’ มุ่งปั้นเด็กบุกอุตสาหกรรมบันเทิง

กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากหลังจากที่ “มหาวิทยาลัยศรีปทุม” หนึ่งในมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำของประเทศ ที่เน้นสร้างบัณฑิตภายใต้แนวคิด “เรียนกับตัวจริง ประสบการณ์จริง” ให้นักศึกษาลงมือทำตั้งแต่ก้าวเข้าไปเรียน! ได้เปิดหลักสูตรใหม่ “การสร้างสรรค์อีเวนต์ และการจัดการอุตสาหกรรมบันเทิง” หรือ CREATIVE EVENT AND ENTERTAINMENT MANAGEMENT คณะนิเทศศาสตร์

แม้เพิ่งเปิดรับสมัคร #Dek69 เป็นรุ่นแรก แต่ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม เพราะได้ยินข่าวมาว่า มีนักเรียนสนใจเข้ามาสมัครจำเป็นจำนวนมาก เพราะมั่นใจในความเป็น “นิเทศศาสตร์” มหาวิทยาลัยศรีปทุม เพราะนอกจากจะเน้นสอน โดยให้นักเรียนเข้าทำงานจริงแล้ว ยังมีศิษย์เก่าโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็น “เบล” กชพรรณ เผือกพิพัฒน์ Miss Grand Thailand คนที่ 13 ของประเทศไทย , “เอฟโฟร์” พีรวิชญ์ โชติมานนท์ นักแสดงชื่อดัง, “มาวิน” ธนาวินท์ ดวงเนตร นักแสดงชื่อดัง เป็นต้น

สำหรับหลักสูตรใหม่นี้ ตลอดหลักสูตร(4 ปี)มีค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 352,600 บาท บาท ซึ่งค่าใช้จ่ายจะเปลี่ยนแปลงตามรายวิชาที่ลงทะเบียนต่อเทอม และมีทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาอีกด้วย

มติชนออนไลน์” ร่วมพูดคุยกับ ผศ.มานินทร์ เจริญลาภ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม และ อาจารย์ปณิธาน ทับแสง หัวหน้าสาขาการสร้างสรรค์อีเวนต์ และการจัดการอุตสาหกรรมบันเทิง คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม บอกเล่าถึงที่มา และความน่าสนใจของหลักสูตรดังกล่าว

Advertisement

ที่มาของหลักสูตรน้องใหม่ ม.ศรีปทุม?

ผศ. มานินทร์ “อุตสาหกรรมอีเวนต์ เป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่มาก การจัดอีเวนต์เป็นเครื่องมือที่สำคัญ ในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในยุค Creative Economy หรือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพราะยุคนี้ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ เป็นองค์กร ทุกคนต้องหันมาสร้างประสบการณ์ให้กับผู้คน พยายามที่จะเอนเกจผู้คนให้ได้มากที่สุด เมื่อเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ เป็นเครื่องมือที่สำคัญ ก็ต้องการบุคลากรค่อนข้างมาก

คณะนิเทศศาสตร์ คิดว่าเราต้องเข้ามาเป็นฟันเฟืองที่สำคัญ ในการช่วยสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ โดยของคณะนิเทศศาสตร์ เป็นคณะที่สร้างนักสื่อสารที่มีความคิดสร้างสรรค์ เมื่อมีพื้นฐานนี้และนำมาบวกกับ “อีเวนต์” เราจะสร้างนักอีเวนต์ที่แตกต่าง เป็นนักอีเวนต์ที่ไม่ใช่แค่ จัดงาน เป็นนักอีเวนต์ที่สามารถสร้างประสบการณ์ สร้างอิมแพค จึงเริ่มพัฒนาหลักสูตร โดยมีความคิดว่าอยากทำหลักสูตรที่แตกต่าง เป็นหลักสูตรที่สร้างนักอีเวนต์ที่ไม่ใช่แค่คนจัดงาน แต่เป็นคนสร้างประสบการณ์ที่เกิดอิมแพค”

อีเวนต์ ม.ศรีปทุมมีความแตกต่างจากที่อื่นอย่างไร?

ผศ. มานินทร์ “ที่ใช้เวลานาน เพราะเราดูจังหวะ ดูไทม์มิ่งที่เหมาะสม เดิมที่คณะนิเทศศาสตร์เปิดสอน 3 ศาสตร์ ซึ่งจะมีผู้เรียนค่อนข้างเยอะ สิ่งที่เราคิดว่าเราแตกต่าง คือ เราสร้างเด็กให้เป็นนักสื่อสารที่สร้างสรรค์ ประกอบด้วย

1.คิดอย่างสร้างสรรค์ สามารถสื่อสารได้หลายช่องทาง ที่สำคัญคือ สามารถสื่อสารด้วยภาพ (Visual) ทุกคนต้องสามารถสื่อสารแนวความคิดออกมาเป็นภาพได้ เราให้เด็กเรียนเรื่อง AI ตั้งแต่ปี 1 ดังนั้นเด็กของเราจะเชี่ยวชาญเรื่อง AI มาก โดย AI จะสามารถเติมเต็ม สามารถแปรไอเดียของเด็กมาเป็นภาพ สามารถพรีเซนต์ สามารถทำสื่อต่างๆได้ ด้วยสิ่งเหล่านี้ จะทำให้เด็กอีเวนต์ของ ม.ศรีปทุม แตกต่าง เป็นนักสื่อสารที่ทำอีเวนต์ได้
2. ยุคนี้ การจัดอีเวนต์ไม่ใช่แค่จัดงาน แต่เป็น “ประสบการณ์” การจัดงานงานหนึ่ง ไม่ใช่แค่จัดงานแล้วจบไป แต่ที่สำคัญคือเด็กเราสามารถสร้าง “อาฟเตอร์อีเวนต์อิมแพค” ได้
3.เราสอนให้เด็กทำอีเวนต์ได้ทุกรูปแบบ แต่เราจะโฟกัสที่ Entertainment Segment สาเหตุที่โฟกัสจุดนี้เพราะเรื่องของบันเทิงนั้นโตเร็วและใหญ่ที่สุด
4.มหาวิทยาลัยมีองค์กรที่ “นักศึกษา” เข้าไปจัดการ และทำงานเอง 100% คือ “Sim Agency” เป็นองค์กรที่ออกไปรับงานจริง ทำงานจริงกับองค์กรชั้นนำในประเทศ เด็กที่เข้ามาสาขานี้จะสามารถเข้ามาทำงานกับ Sim Agency ไปทำงานจริง เข้าสู่สนามรบจริงตั้งแต่ปี 1 เป็น 4 ข้อที่เราคิดว่าอย่างทำให้แตกต่าง”

ผศ.มานินทร์ เจริญลาภ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

เปิดสาขาใหม่ในปีนี้ เป็นไทม์มิ่งที่เหมาะสม?

อ.ปณิธาน “ค่อนข้างจะเหมาะสม ทุกคนจะเห็นว่าปัจจุบันมีงานเฟสติวัลระดับโลกเกิดขึ้นในไทยเยอะมาก เป็นนิมิตหมายที่ดีมากๆ ประกอบกับคอนเสิร์ตในประเทศไทยก็มีเยอะมาก 1 ปีไม่ต่ำกว่า 800 คอนเสิร์ต อีกทั้งรัฐบาลส่งเสริมเรื่องนี้ ยิ่งทำให้กระตุ้นอุตสาหกรรมนี้ขึ้นไป”

ตั้งแต่ปี 1 ถึง ปี 4 เด็กอีเวนต์ต้องเรียนอะไรบ้าง?

อ.ปณิธาน “จะเรียนพื้นฐานเหมือนเด็กนิเทศทั่วไปก่อน แต่เมื่อเป็นเด็ก CREATIVE EVENT ดังนั้น จะเริ่มเช็ก DNA ตั้งแต่ปีแรกก่อนเลยว่ามี DNA อีเวนต์แบบไหน โดยเช็กผ่าน “Sim Agency” ที่เป็นสนามเรียนรู้จริง จะให้เวิร์กช็อปจากรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์ก่อน ว่าเขาเหมาะจะเป็น “คนอีเวนต์” แบบไหน เป็นเบื้องหน้า หรือเบื้องหลัง
ส่วนการเรียนตลอด 4 ปี หลักสูตรจะพยายามทำให้ตรงกับเทรนด์ตลาดอีเวนต์ในปัจจุบัน เราเชิญผู้ประกอบการจำนวนมาก และเป็นผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ ให้มาวิพากษ์รายวิชาของเรา ว่า ครอบคลุมหรือไม่ และนักศึกษาเราตั้งแต่เรียน จนถึงจบการศึกษา เป็นที่ต้องการของตลาดหรือไม่
การเรียนสาขานี้จะแบ่งเป็น 4 สกิล ที่เราเชื่อว่าจะทำให้ “อีเวนต์ ม.ศรีปทุม” แข็งแกร่ง โดยจะแบ่งการเรียนรู้เป็นขั้นบันได เป็นสเต็ป ดังนี้

  1. Creative Thinking คิดอีเวนต์ในเชิงสร้างสรรค์ได้
  2. สามารถสื่อสารได้ นอกจากนี้บุคลิกภาพก็สำคัญ การต่อรองในธุรกิจต้องมีชั้นเชิง ซึ่งทำให้เขาไม่ได้เป็นแค่คนทำอีเวนต์ แต่สามารถติดต่อธุรกิจอีเวนต์ได้ด้วย
  3. Event Production ต้องมีสกิลในด้าน Production ต้องลงมือทำจริง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI การทำแสง สี เสียง เทคนิค และสเปเชียลเอฟเฟกต์ต่างๆ ให้เด็กเรียนรู้ทั้งหมด เราไม่ปล่อยผ่าน
  4. Management คือ การทำงานเป็นทีมเวิร์ก การผลิตคนอีเวนต์ที่มี 4 สกิลนี้อยู่ใน คนคนเดียว เชื่อว่าเราจะเป็นที่ต้องการของตลาด มั่นใจได้ว่าคนที่มาเรียน จะเป็นคนคุณภาพของสายงานอีเวนต์”

DNA ของเด็กนิเทศ และเด็กอีเวนต์ ม.ศรีปทุม คืออะไร?

อาจารย์ปณิธาน “DNA ของเด็กนิเทศ ถ้าพูดทั่วไปคือ เป็นคนอดทน สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ เพราะทุกครั้งที่จัดอีเวนต์จะสดใหม่ตลอด ถือแม้ว่าเราจะจัดแล้วจัดอีก และจัดในรูปแบบเดิม แต่ปัญหาใหม่ๆ เรื่องราวใหม่ๆ มักจะเกิดขึ้นเสมอ ดังนั้น เขาต้องแก้ปัญหาให้เป็น พร้อมรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น ต้องเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์
คนที่อยากเข้ามาเรียน อย่างน้อยที่ต้องมี คือ มีภาพว่าอยากให้งานตนเองออกมาเป็นแบบไหน เพราะวันนี้ไม่ได้อยู่ในจินตนาการแล้วต้องลงมือทำและสร้างขึ้นมาได้จริง บางคนมีแพชชั่น มีจินตนาการสูง แต่เมื่อลงมือปฏิบัติจริง หรือตอน Pitching งาน ไม่สามารถสะท้อนออกมาได้ ก็ต้องถูกขัดเกลาเพื่อหล่อหลอมให้เขามีความพร้อมที่จะอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ได้
น้องที่สนใจมาเรียน แค่กล้าแสดงตัวตนออกมา นำจินตนาการที่มีอยู่ออกมาใช้ให้ถูกจังหวะ สร้างสรรค์ให้ได้มากที่สุด และรับผิดชอบ อีกทั้งอีเวนต์ ไม่ว่าจะเป็นอีเวนต์ใหญ่หรือเล็ก เป็นการทำงานกันเป็นทีม ทำงานกับผู้คน มีบุคลิกภาพที่ดี มีวุฒิภาวะ และมีความอดทน”

ผลิตทั้ง นักคิดสร้างสรรค์ นักขาย นักการตลาด และนักบัญชี?

อ.ปณิธาน “การเรียนธรุกิจที่เกี่ยวกับอีเวนต์ เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ โดยเราจะสอน เรื่องการทำบัญชี เรียนเรื่องกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้อง การประสานงานกับภาครัฐ การขออนุญาตใช้เอฟเฟกต์ต่างๆ ผู้เรียนต้องทราบทุกอย่าง และสิ่งสำคัญคือ “คอนเน็กชั่น” เพราะหลายคนบอกเสมอว่า การมีคอนเน็กชั่นที่ดี และการรักษาคอนเน็กชั่นให้ยาวนานนั้นดีที่สุด ฉะนั้น เด็กที่เข้ามาเรียนกับเรา เราจะแนะนำให้เข้ารู้จักกับคอนเน็กชั่นที่เรามี ไม่แน่เขาอาจจะได้งานทำตั้งแต่ยังเรียนอยู่”

เห็นว่าได้ฝึกงานจริงตั้งแต่ยังไม่เริ่มเรียน?

อ.ปณิธาน “ทำได้เลย เพราะเรามี Sim Agency เป็นระบบที่นักศึกษาลงมือทำในสิ่งที่รัก การที่เราจับให้เด็ก กระโดดลงมาสนามจริง บนความรับผิดชอบจริง โดยมีรุ่นพี่และคณาจารย์คอยควบคุมดูแล ทำให้เด็กมีประสบการณ์ก้าวกระโดด ทำให้เขามีความรับผิดชอบ และพัฒนาการได้เร็วขึ้น

ดังนั้น เมื่อเข้ามาปีแรก แม้ยังไม่ได้เรียนรู้ แต่เราจะมีชิ้นงานให้เขาลองทำดู และถ้าชิ้นงานเขาเป็นที่ยอมรับ และอยู่ในมาตรฐานที่ดี เราจะมีแพลตฟอร์มอีกแพลตฟอร์มหนึ่งสำหรับเด็กนิเทศของ ม.ศรีปทุมเท่านั้น คือ “RubJob” เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างโอกาสให้กับฟรีแลนซ์ศิษย์เก่า และนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ให้เด็กใส่สกิลที่ตนเองสามารถทำได้ และให้ผู้ประกอบการเข้ามาช้อปปิ้ง ซึ่งจะช่วยต่อยอดให้กับเด็กได้”

อาจารย์ปณิธาน ทับแสง หัวหน้าสาขาการสร้างสรรค์อีเวนต์ และการจัดการอุตสาหกรรมบันเทิง

เรียนจบแล้วทำงานอะไร?

อ.ปณิธาน “ปัจจุบันอุตสาหกรรมบันเทิงนั้นกว้างมาก เรื่องของ “Entertainment” แทบจะอยู่ในทุกพื้นที่ คนอีเวนต์สามารถเข้าไปทำงานทุกที่ ที่ไหนมี“สื่อสารองค์กร” คนอีเวนต์ก็สามารถเข้าไปทำงานได้ ส่วน
ตอนเรียน นักศึกษาจะเรียนตั้งแต่การจัดงานขนาดเล็ก ไปจนถึงภาคคอนเสิร์ต เฟสติวัล

ถามว่าจบไปมีงานได้ไหม มองว่า เขาจะรู้ตัวและมีงานตั้งแต่เขายังไม่จบมากกว่า เพราะมหาวิทยาลัยเป็นสนามฝึกทุกรายวิชาอยู่แล้ว เขาจะรู้สึกว่า เขาเรียนแล้วเขามีแพชชั่น หรือเขาเรียนแล้วทำมันได้ดี ดังนั้น เขาจะรู้ตัวตั้งแต่ก่อนจบว่า เขาจะไปทำอะไร เช่น ไปเป็นเจ้าของธุรกิจที่จัดงานอีเวนต์ หรืออยากจะอยู่ในองค์กรใหญ่ๆ เพื่อจัดงานร่วมกับคนอื่น เพราะฉะนั้น การมีงานหรือไม่ จะขึ้นอยู่กับศักยภาพ และภาพในหัวของเขาว่าอยากจะดีไซน์ชีวิต เป็นแบบไหน”

การมีคอนเน็กชั่นที่ดี และการรักษาคอนเน็กชั่นยากกว่า ม.ศรีปทุม มีคอนเน็กชั่นอะไรบ้างที่จะให้เด็กนำไปต่อยอดได้

อ.ปณิธาน “คอนเน็กชั่นที่นี่ มีเยอะมาก เพราะ อธิการบดี สร้างคอมมูนิตี้ไว้กว้างใหญ่ อีกทั้งคณะนิเทศได้ MOU กับ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) โดย GMM เข้ามาช่วยวิพากษ์รายวิชาของเรา นอกจากนี้ยังมี บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) และบริษัทระดับประเทศอีกหลายบริษัทที่เข้ามาร่วมวิพากษ์รายวิชาอีกด้วย

เราสามารถยืนยันกับเด็กอย่างไรว่าเขาจะมีคอนเน็กชั่นที่ดี คือเราจับทุกคอนเน็กชั่นที่เรามีลงไปในรายวิชา โดยขอความร่วมมือผู้ประกอบการมาสร้างโจทย์จริงให้กับผู้เรียน ให้เขาเจอประสบการณ์ จัดอีเวนต์จริง
นอกจากนี้มหาวิทยาลัยของเรามีหลักสูตรระยะสั้น ที่มีคนระดับประเทศเกือบ 3 พันคน เข้ามาเรียน เช่น หลักสูตร ABC (Academy of Business Creativity) เป็นต้น ที่เรียกได้ว่า เป็นคอนเน็กชั่นที่มหาวิทยาลัยให้เรา ซึ่งมีพี่ๆ หลายคนแวะเวียนมาให้โอกาสนักศึกษา ซึ่งมหาวิทยาลัยเราไม่ทิ้งโอกาสนี้แน่นอน และจะมอบโอกาสให้กับนักศึกษาทุกคน ”

มีวิชาอะไรน่าสนใจอะไรบ้าง?

อ.ปณิธาน “เรียกได้ว่ามีวิชาที่ “ล้ำค่า” ดีกว่า คือวิชาคอนเน็กชั่น คือให้เด็กๆมาเรียนรู้เกี่ยวกับการรักษาคอนเน็กชั่นเป็นอย่างไร เจอผู้ประกอบการตัวจริงต้องทำยังไง เจอปัญหาต้องทำอย่างไร รวมถึงให้รู้จักกับการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ซึ่งตอนเราเรียนไม่มีวิชานี้ และให้ผู้เรียนลองทำ Case study ในแต่ละสัปดาห์ ไปเรื่อยๆ

นอกจากนี้ยังมี วิชาที่เกี่ยวกับวิชวล ให้เด็กมาเรียนรู้เกี่ยวกับการสร้างประสบการณ์อีเวนต์ คือ ทำอะไรก็ได้ ให้ผู้ที่เข้าร่วมงานอีเวนต์นี้ ได้รับกลับไปมากกว่าการจัดอีเวนต์ทั่วไป”

เสน่ห์ของ ‘อีเวนต์’ คืออะไร?

อ.ปณิธาน “ทุกอีเวนต์ยากหมด แต่เมื่อเราใส่คำว่า “CREATIVE” จึงเป็นเรื่องท้าทาย จึงอยากมากๆ ที่จะให้นักศึกษาทุกคนเข้ามาแล้วมี “CREATIVE” เมื่อเริ่มต้นจากความคิดสร้างสรรค์ เขาจะสามารถสร้าง ต่อยอดไปเรื่อยๆ ทำซ้ำกี่ครั้งก็จะไม่เหมือนเดิม เพราะจะใหม่ไปเรื่อยๆ จะมีบางอย่างที่ทำให้เกิดมุมใหม่ๆขึ้นเสมอ นี่คือความท้าทาย และเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เราหลงรักอีเวนต์ เชื่อว่าเมื่อน้องๆเข้ามาเรียนจะหลงรักไปเรื่อยๆ ถ้าเปิดใจกับทุกเรื่อง เราจะมีสนามฝึกมากมายทำให้เราสามารถเรียนรู้ได้อย่างไม่รู้จบ”

ม.ศรีปทุม สร้างพื้นที่การเรียนรู้ให้น้องๆที่จะมาเรียนอีเวนต์ยังไงบ้าง?

อ.ปณิธาน “ตอนนี้เรามีสตูดิโอ ให้เห็นเวทีจริง แสงจริง นอกจากนี้เรายังมีความพร้อมด้านอุปกรณ์ มีสูตที่เด็กๆจะได้ทดลองจริง ลงมือทำจริง และเรายังมีการติดต่อ T-POP ที่กำลังจะเดบิวต์ โดยเชิญศิลปินเรานี้มา และให้เด็กของเรามาดีไซต์งานให้เขา ให้เขาเจอประสบการณ์จริง พร้อมกับนำชิ้นงานของเด็กลงในแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อให้เด็กเก็บเป็น Portfolio ของตัวเอง เพราะเรามั่นใจว่า ตั้งแต่เรียนปี 1 ไป เรามีผู้ประกอบการจริงมาร่วมสอนตลอด เด็กสามารถเก็บสิ่งเหล่านี้เป็น Portfolio ของตัวเองได้”

คาดหวังว่าบัณฑิตที่จบมา จะมีทักษะอย่างไร?

อ.ปณิธาน “เราอยากให้เขามี 4 สกิล สามารถรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันได้ เพราะโลกและเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว สามารถแก้ปัญหาได้ มีความคิดสร้างสรรค์ และอยู่ที่ไหนก็ได้ เดินต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจด้วยตนเอง การร่วมมือกับองค์กรใหญ่ จัดคอนเสิร์ต ร่วมงานกับศิลปินและมีจิตใจบริการ

ยังมีสิ่งที่เป็น “ปลายนวม” ที่อยากได้ คือ เราอยากสร้างคน CREATIVE EVENT ที่มีบุคลิกภาพที่ดี สามารถต่อรองได้ ไม่ใช่เป็นแค่คนเบื้องหลังเท่านั้น แต่สามารถเป็นที่ยอมรับ ถ้าเราสามารถผลักดันให้เด็กมีความพร้อมในสิ่งเหล่านี้อยู่ ”