ม.อ. จัดสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติ สุวรรณภูมิในภาคใต้ของประเทศไทย

7.04.26 | 12:07 น.

ม.อ. จัดสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติ สุวรรณภูมิในภาคใต้ของประเทศไทย

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยโครงการจัดตั้งสถาบันสุวรรณภูมิ จัดสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติ หัวข้อ “สุวรรณภูมิในภาคใต้ของประเทศไทย: ภูมิทัศน์ เครือข่าย และความทรงจำทางวัฒนธรรม มุมมองจากศูนย์กลางความรู้ภาคใต้” ระหว่างวันที่ 7-8 เมษายน 2569 ในรูปแบบออนไลน์ ผ่านโปรแกรม Zoom Cloud Meeting โดยมี ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว นายกสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นประธานเปิดงาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี กล่าวรายงาน พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร วิทยากรจากนานาประเทศ ห้องประชุม C100 สำนักนวัตกรรมดิจิทัลและระบบอัจฉริยะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นสถานที่จัดการประชุมหลัก

การสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านสุวรรณภูมิศึกษาผ่านมุมมองสหวิทยาการ โดยมุ่งขยายพรมแดนทางวิชาการด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์ ภาษา เทคโนโลยีสมัยโบราณ และการต่อยอดมรดกภูมิปัญญา ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการทั้งในระดับชาติและนานาชาติ อันจะนำไปสู่การยกระดับการศึกษาและวิจัยด้านวัฒนธรรมคาบสมุทรไทย-มาเลย์สู่มาตรฐานสากล

ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยตระหนักถึงศักยภาพทางภูมิศาสตร์ของทั้ง 5 วิทยาเขต ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับเส้นทางอารยธรรมสำคัญของโลก จึงมีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนบทบาทการเป็น “ศูนย์กลางความรู้ภาคใต้” (Southern Knowledge Hub) เพื่อสร้างฐานข้อมูลทางวิชาการที่เข้มแข็ง และแปรเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ประเทศ

ด้าน ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว นายกสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า การศึกษาสุวรรณภูมิในมิติปัจจุบัน ไม่ได้มีความหมายเพียงการย้อนมองอดีต แต่คือความพยายามเชิงประจักษ์ในการวางตำแหน่งของประเทศไทยบนเวทีโลก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ของไทยซึ่งมีหลักฐานทางโบราณคดีสะท้อนบทบาทการเป็นพื้นที่เชื่อมประสานอารยธรรมตะวันออกและตะวันตกมาอย่างยาวนาน พร้อมชี้ให้เห็นความสำคัญของแนวทางสหวิทยาการในการทำความเข้าใจอดีตเพื่อมองไปสู่อนาคต

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การเสวนาหัวข้อ “สุวรรณภูมิ กับอนาคตไทย” การบรรยายพิเศษเกี่ยวกับหลักฐานทางโบราณคดีและความสำคัญของสุวรรณภูมิศึกษา รวมถึง International Panel Discussion ที่รวมนักวิชาการจากประเทศไทย ฝรั่งเศส เวียดนาม อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับเครือข่ายการค้าโบราณ ปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม และเทคโนโลยีในโลกโบราณ

Advertisement

นอกจากนี้ ในวันที่ 8 เมษายน ยังมีเวทีเสวนาภาคภาษาไทยในประเด็น เทคโนโลยีสมัยโบราณในดินแดนสุวรรณภูมิภาคใต้ของประเทศไทย และการต่อยอดมรดกภูมิปัญญาสุวรรณภูมิ ตลอดจนการเสวนาสรุปภาพรวมทิศทางโครงการจัดตั้งสถาบันสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กับการบูรณาการองค์ความรู้สุวรรณภูมิเพื่อพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย

การจัดสัมมนาในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในการเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ขับเคลื่อนองค์ความรู้จากฐานรากทางอารยธรรม สู่การพัฒนาเชิงพื้นที่ เชิงนโยบาย และเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมเสริมความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติอย่างเป็นรูปธรรม