นายรัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย(ทปสท.) กล่าวถึงผลงาน 3 ปี ของ 3 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ว่า หนึ่งในเหตุผลหลักในการคงอยู่ของรัฐบาลและคสช.หลังการยึดอำนาจในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 คือเพื่อการปฏิรูปประเทศใน 11 ด้าน ซึ่งการศึกษาเป็นหนึ่งในนั้น แต่วันนี้ผ่านไป 3 ปีกับรัฐมนตรีว่าการศธ. 3 คน ผลงานการปฏิรูปการศึกษาแทบไม่เห็นเป็นรูปธรรม เริ่มจากคนแรก พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย จากที่เป็นทหารและเข้ามาเป็นรัฐมนตรีคนแรก แทบไม่มีผลงานเด่นชัด แม้จะนำเสนอนโยบายหลายอย่างทั้งการเตรียมความพร้อมสู่อาเซียน การส่งเสริมให้คนเรียนอาชีวะ การผลิตและพัฒนาครู ฯลฯ แต่ยังไม่ปรากฏผลงาน คนต่อมาพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เป็นทหารที่ใช้การบริหารแบบคำสั่งเดียว (Single command) นโยบายที่ฮือฮามากคือ ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ซึ่งตอนแรกเกิดความโกลาหล มีคนวิจารณ์จนต้องเปลี่ยนชื่อและออกมาชี้แจงแนวปฏิบัติกันยกใหญ่ แม้ตัวเลขผลการประเมินออกมาดี แต่จากการสอบถามครูผู้ปฏิบัติกลับสวนทาง มีการใช้มาตรา 44 ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการศึกษาขั้นพื้นฐานขนานใหญ่ แต่ต้องใช้มาตรา 44 แก้ไขตามมาอีกหลายครั้ง การใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาธรรมาภิบาล แต่กลับไปมอบอำนาจให้คณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) ซึ่งกกอ.แทบทั้งหมดมีผลประโยชน์ทับซ้อนเพราะนั่งเป็นนายกสภาและกรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ กลายเป็นทั้งผู้เล่นและผู้ตัดสินในเวลาเดียวกัน ผ่านไปเกือบปี ทั้ง 4 สถาบันที่โดนมาตรา 44 ยังไม่คืบ แต่กลับถูกร้องเรียนเรื่องการแต่งตั้งพวกพ้องเข้าไปรับตำแหน่งและค่าตอบแทนหลักแสนทั้งที่หลายคนมีตำแหน่งและงานประจำอยู่แล้ว
นายรัฐกรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนนพ.ธีรเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการศธ.คนปัจจุบัน ที่เคยประกาศวันรับตำแหน่งว่าจะเป็นรัฐมนตรีที่โปร่งใสที่สุดในประวัติศาสตร์ ความเป็นหมอเลยสร้างผลงานด้วยโรงเรียน ICU อาชีวะ ICU ที่จำแนกสถานศึกษาคล้ายอาการป่วยที่ต้องรีบรักษา การแก้ปัญหาคะแนนทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(โอเน็ต) และผลทดสอบโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (PISA) ต่ำที่ต้องรักษาโดยใช้ติวเตอร์ การเปิดให้คนที่ไม่มีวุฒิครูสามารถสอบครูผู้ช่วยได้ และล่าสุดขอใช้มาตรา 44 ตั้งมหาวิทยาลัยต่างชาติ ทั้งที่ยังไม่มีข้อมูลใด ๆ ว่าจะให้เขามาเปิดสาขาอะไร มีใครจะมาเปิดบ้าง
“3 ปีของ 3 รัฐมนตรีคสช. ยังสอบไม่ผ่าน เห็นได้จากการแก้ไขปัญหายังวนเวียนอยู่กับที่ ไม่มีอะไรเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ นอกจากใช้มาตรา 44 เพื่อแก้ปัญหาชั่วคราว แถมบางเรื่องอาจสร้างปัญหาระยะยาว ส่วนผลประเมินด้านความรู้ของผู้เรียน ไทยยังอยู่อันดับท้ายๆ ด้านคุณธรรม ผลประเมินพฤติกรรมผู้เรียนจากหลายสำนัก พบว่าแย่ลง นอกจากนี้มีปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นในวงการศึกษามากขึ้น โดยเฉพาะอุดมศึกษาที่เรียกว่าปัญหาธรรมาภิบาล เรียกว่าการปฏิรูปที่ผ่านมาเกาไม่ถูกที่คันถึงเวลาหรือยังที่ควรกำหนดคุณสมบัติ บทบาทหน้าที่ของคนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการศธ.” นายรัฐกรณ์กล่าว

