ยศชนัน ประกาศดันวิจัยเวลเนส กระตุ้นนวัตกรรม ช่วยประเทศพ้นกับดักรายได้ปานกลาง

8.04.26 | 13:33 น.

ยศชนัน ประกาศดันวิจัยเวลเนส กระตุ้นวิจัยนวัตกรรม ช่วยประเทศพ้นกับดักรายได้ปานกลาง

เมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เป็นประธานเปิดตัวนวัตกรรมจุลสาหร่ายไทย “Chlorella vulgaris KU 01” ต้นแบบวัตถุดิบอาหารสัตว์และเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนของประเทศโดยมีนายดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการอธิการบดีม.เกษตรฯ พร้อมด้วยผู้บริหารบุคลากรม.เกษตรฯ ให้การต้อนรับ

โดยนายยศชนัน กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจรายได้ปานกลางมายาวนาน มีอุตสาหกรรม 3 รูปแบบที่สร้างรายได้ให้ประเทศ คือ การเกษตร อุตสาหกรรมเอสเอ็มอี และอุตสาหกรรมการบริการ ตนจะเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจเดิม ทั้งนี้เรื่องการเกษตรถือเป็นก้อนใหญ่มาก การทำให้อุตสาหกรรมการเกษตรมีมูลค่าที่สูงขึ้นจึงมีมีความจำเป็นที่จะต้องมีโปรเจคบางอย่าง ที่ทำให้ไม่ว่าจะอยู่อุตสาหกรรมไหน ก็แล้วแต่สามารถจะเข้าสู่อุตสาหกรรมดังกล่าว เรื่องเวลเนส (Wellness) จะเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าการเกษตร เรื่องเวลเนส จะทำให้ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ มีฐานข้อมูล และทำให้อุตสาหกรรมบริการ และประเทศมีรายได้ที่สูงขึ้น เป็นต้น

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เมื่อใช้คำว่า เวลเนส (wellness) ทุกคนจะเห็นทิศทางแล้วว่า ประเทศไทย จะเป็นประเทศที่สะอาด สิ่งแวดล้อมดี มีการเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ และมีมูลค่าค่าที่สูงขึ้น อุตสาหกรรมที่กำลังจะทำก็จะต้องยึดโยงกับกรีนอีโคโนมี (green economy) จึงเป็นที่มาที่จะผลักดันเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม AI ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อน และเป็นสิ่งจำเป็นที่ยังต้องดำเนินการ เมื่อเรายกระดับประเทศมาเรื่องเวลเนสแล้ว การอัพสกิล-รีสกิล เพื่อให้มีทักษะตามที่ต้องการ เป็นหน้าที่ขอฃมหาวิทยาลัยที่ต้องดึงคนเหล่านี้กลับเข้ามาเรียนได้ต่อเนื่อง ซึ่ง Continuing Education เป็นการศึกษาอีกมิติที่หลายประเทศให้ความสำคัญ การอัพสกิล รีสกิลบางอย่างจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น

Advertisement

“อย่างไรก็ตาม หลังมีการประกาศการกำกับกระทรวง ในฐานะรองนายกฯ ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแล 5 กระทรวง คือ อว. กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) กระทรวงแรงงาน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งดูแลประชาชนตั้งแต่เกิดจนถึงสูงอายุ ดังนั้น จึงอยากช่วยสนับสนุนมหาวิทยาลัย สร้างงานวิจัย เพราะชื่อว่าองค์ความรู้จะทำให้ประเทศไทยสามารถจะหลุดพ้นจากประเทศกำดักรายได้ปานกลางได้ อย่างเช่น ม.เกษตรฯ มีความรู้ทั้งด้านงานวิจัย การบริการทางวิชาการ รวมถึงความรู้การพัฒนาวิสาหกิจชุมชน รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เข้มแข็ง ซึ่งตรงนี้เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม และการที่ม.เกษตรฯ ทำงานวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับเรื่องจุลสาหร่าย หากได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ จะทำให้ทั้งโลกวิ่งมาที่ม.เกษตรฯ

อยากให้ใช้เรื่องนี้เป็นกลไกเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ รวมถึงอยากให้มหาวิทยาลัยเห็นประโยชน์การทำงานวิจัย แน่นอนเรามีทั้งคำว่าขึ้นหิ้งกับขึ้นห้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่า ก่อนขึ้นห้างต้องผ่านประสบการณ์ขึ้นหิ้งมาก่อน ผมเองก็ขึ้นหิ้งมาหลายครั้ง งานวิจัยที่ยาก ต้องมีความล้มเหลวบ้างเป็นธรรดา แต่ก็อยากให้นักวิจัยทำงานวิจัยอย่างมีความสุข ขอให้กล้าคิด กล้าทำ ผมจะสนับสนุนให้นักวิจัยสามารถที่จะทำงานวิจัยอย่างมีความสุข“นายยศชนัน กล่าว

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องเวลเนสจะทำให้ทุกคนมองมาที่ประเทศไทย ว่า เราดีที่สุด และเราเก่งเรื่องนี้ และจะทำให้อุตสาหกรรมอื่นได้ประโยชน์ตามไปด้วย ปรัชญาในส่วนนี้ คือ การเพิ่มมูลค่าสูงให้กับ การเกษตร เรื่องเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเอสเอ็มอี และเรื่องเกี่ยวกับอุตสาหกรรมบริการ จะทำให้นักวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้สามารถทำงานร่วมกันได้ ทำให้เกิดการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพมาก

นายดำรงค์ กล่าวว่า จากนโยบายของนายยศชนัน ถือว่าตรงตามแนวทางการดำเนินงานของม.เกษตรฯ ที่เน้นทำงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ของประชาชน และสร้างนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ ดังนั้นที่ผ่านมาจึงมีการผลักดันให้มีการจัดตั้งโฮลดิ้งคอมพานี กว่า 10 บริษัท เพื่อให้สามารถสร้างนวัตกรรมมาต่อยอดพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน