‘ยศชนัน’ เผย 8 ยุทธศาสตร์ ดันวิจัย-นวัตกรรม เพิ่มมูลค่า ศก. เล็งถกทปอ. ปรับทีแคส ลดเหลื่อมล้ำ

10.04.26 | 12:30 น.
ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

‘ยศชนัน’ เผย 8 ยุทธศาสตร์ ดันวิจัย-นวัตกรรม เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ เล็งถกทปอ. ปรับทีแคส เน้นเท่าเทียม ลดเหลื่อมล้ำ

เมื่อเวลา 08.15 น.วันที่ 10 เมษายน ที่กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินทางเข้าทำงานที่ อว.อย่างเป็นทางการ วันแรก โดยมีนายศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดอว. พร้อมด้วยผู้บริหารและบุคลากรในอว. ให้การต้อนรับ

ยศชนัน ยศชนัน

จากนั้นนายยศชนัน ได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ศาลพระภูมิประจำกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) และสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ก่อนจะเดินทางไปไหว้ศาลพระภูมิชัยมงคล บริเวณอาคารอุดมศึกษา 2 สำนักงานปลัดอว. (ศรีอยุธยา) และสักการะพระพุทธรูปประจำห้องทำงาน ชั้น 22 อาคารอุดมศึกษา ก่อนจะเดินทางกลับมาที่สำนักงานปลัดอว. (โยธี)

ยศชนัน

Advertisement

โดย นายยศชนัน กล่าวว่า ตนได้มอบนโยบาย เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการทำงาน เรื่องงานวิจัยและนวัตกรรมต่างๆ ที่จะขับเคลื่อนการอุดมศึกษาในภาพรวม และจะมีการจัดทำเป็นแคตตาล็อก เพื่อส่งมอบให้แต่ละกระทรวง ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 11 เมษายน โดยวางไว้ 8 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ 1.การส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรม ระบบนิเวศด้านนวัตกรรมในประเทศ 2. เวลเนส ไทยแลนด์ 3. เซมิคอนดักเตอร์ ไทยแลนด์ 4.การขับเคลื่อนเอไอและฐานข้อมูลระดับชาติ 5.Frontier Innovation Thailand 6.ส่งเสริมเทคโนโลยีความมั่นคง 7.ส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่อต่อต้าน Corruption มุ่งสู่Digital Government และ8.พลิกโฉมมหาวิทยาลัยสู่ระดับโลก

ยศชนัน

นายยศชนัน กล่าวต่อ สำหรับนโยบายจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลักได้แก่ 1.เรื่องระบบนิเวศและนวัตกรรม 2. การใช้นวัตกรรมผลักดันเศรษฐกิจ โดยใช้เทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์และเวลเนส รวมทั้งการผลักดันเอไอและเซมิคอนดักเตอร์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 3. การใช้นวัตกรรมแก้ปัญหาด้านสังคม ป้องกันประเทศ และดูแลความปลอดภัยด้านไซเบอร์ รวมถึงต่อต้านปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น  และ4. เรื่องการศึกษา  ทั้ง การเข้ามหาวิทยาลัยผ่านระบบทีแคส รวมถึงปรับหลักสูตรต่างๆ ให้สอดคล้องกับการมีงานทำ พลิกโฉมมหาวิทยาลัยสู่เวทีโลก โดยไม่ลืมรากหญ้า และการอัพสกิล รีสกิล แรงงานต่างๆ

“สำหรับการแก้ปัญหาภัยพิบัติของประเทศนั้น อว.มีนักวิจัยลงพื้นที่ช่วยประชาชนแก้ไขปัญหาต่างๆ อยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องขอบคุณนักวิจัยทุกคน จากนี้จะมีการปรับปรุงแนวทางเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้อว.มีมูลค่าทรัพย์สินมหาศาลและมีความจำเป็นที่จะต้องบูรณาการการทำงาน ทั้งนี้ยังต้องทำงานเชื่อมโยงกับกระทรวงอื่น เพราะอว. เป็นกระทรวงที่อยู่คนเดียวแล้ว จะไม่มีความโดดเด่น แต่ต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันกระทรวงอื่น เพื่อเตรียมความพร้อมและทำให้ทุกคนรู้สึกว่าขาดเราไม่ได้”นายยศชนัน กล่าว

ยศชนัน

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า ในส่วนการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย สู่ระดับโลก นั้น มีหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการ โดยจะมีการหารือกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ในวันที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมาหลายคนคิดว่า ทปอ. ทำแต่เรื่องทีแคสหรือการสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่จริงๆ แล้วทปอ.ยังมีเรื่องการทำวิจัยนวัตกรรมและงานวิชาการ ซึ่งตนจะเข้าไปดูและผลักดันด้านนโยบาย เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน ส่วนจะมีการปรับระบบทีแคสหรือไม่ ที่ผ่านมาทปอ.ได้มีการรวบรวมความคิดเห็นจากนักเรียนและผู้ปกครอง เกี่ยวกับข้อดีข้อเสียของระบบทีแคส ซึ่งในการประชุมจะมีการหารือเพื่อทำให้ระบบทีแคสมีความเหมาะสมเท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำ

รัฐมนตรีว่าการอว. กล่าวต่อว่า สำหรับการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยขนาดเล็กเช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)นั้น ตนให้ความสำคัญกับ มหาวิทยาลัยทุกกลุ่ม ที่ผ่านมามีการแบ่งกลุ่มงานวิจัยของมหาลัยอยู่แล้ว มหาวิทยาลัยที่เน้นด้านงานวิจัยและเทคโนโลยี วิทยาลัยที่เน้นงานวิจัยเชิงพื้นที่ รวมถึงมหาวิทยาลัยเข้าที่เข้าช่วยพัฒนาสังคม การทำงานมีการแบ่งหน้าที่กันชัดเจน สำหรับมหาวิทยาลัยที่ไม่มีความถนัดด้านงานวิจัย ก็สามารถเข้ามาดูแลเรื่องการอัพสกิล รีสกิลประชาชนได้ โดยเชื่อมโยงกับการผลิตบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน อย่างไรก็ตาม มิติของมหาวิทยาลัย มีการเปลี่ยนแปลงตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาทุกวันนี้เป็นเรื่องของทุกช่วงวัยไม่ใช่แค่เด็กนักเรียน การศึกษาตลอดชีวิต เราส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยเป็นศูนย์บ่มเพาะทางวิสาหกิจ ซึ่งถือเป็นบทบาทใหม่ของมหาวิทยาลัย

ยศชนัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีและให้กำลังใจ นายยศชนัน ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการอว. โดยนายจุลพันธ์ กล่าวว่า ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้นำส.ส.จำนวนหนึ่งมาให้กำลังใจนายยศชนัน ในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการอว. ซึ่งการทำงานด้านการศึกษา ก็ถือเป็นหัวใจสำคัญของพรรคเพื่อไทย

“สำหรับความเชื่อมโยงการทำงานระหว่าง กระทรวงแรงงาน กับอว.นั้น พรรคเพื่อไทย จะยึดแนวทางการทำงานเป็นเนื้อเดียวระหว่างกระทรวง ตามที่นายยศชนันได้เคยหาเสียงไว้ อว. ถือเป็นหัวใจสำคัญ ในการเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพัฒนาทุนมนุษย์ ในส่วนของกระทรวงแรงงานก็มีแผนที่จะทำงานร่วมกับแต่ละกระทรวง อย่างเช่นในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็มีการเตรียมความพร้อมที่จะพัฒนาทุนมนุษย์โดยให้กลุ่มพัฒนาฝีมือแรงงาน พัฒนา เกษตรกรให้เป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ในส่วนของอว.ก็ได้มีการหารือ ในเรื่อง เรียนได้งบ จบได้งาน ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่เราจะผลักดันให้เดินหน้า ตามความต้องการของตลาดโดยเฉพาะเรื่อง เอไอ โนบอติกส์ และดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งมีความต้องการสูงมาก เราต้องพัฒนาคนไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน กระทรวงแรงงานและอว.ก็จะประสานงานอย่างไร้รอยต่อ เพื่อที่จะทำงานให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างประสบผลสำเร็จ“นายจุลพันธ์ กล่าว