นายรัฐพงศ์ บุญญานุวัตร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต กล่าวถึงผลงาน 3 ปี ของ 3 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ว่า จากที่รัฐบาลจะบริหารประเทศครบรอบ 3 ปีในเร็วๆ นี้ ทำให้สังคมต่างให้ความสนใจกับผลงานของรัฐบาลเป็นอย่างมาก ตนเห็นว่างานการศึกษาถือได้ว่าเป็นงานที่มีความสำคัญยิ่งเพราะการศึกษาจะเป็นรากฐานในการพัฒนาคนโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนให้เป็นผู้ที่มีความพร้อมในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศแห่งอนาคต วันนี้ศธ.มีรัฐมนตรีเข้ามากุมบังเหียนงานที่สำคัญถึง 3 คนแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลโดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญและอยากเห็นการศึกษาของไทยก้าวไกลสู่ไทยแลนด์ 4.0 อย่างไรก็ตามงานการศึกษาจะก้าวหน้าสร้างเด็กไทยให้เท่าเทียมกับนานาประเทศได้หรือไม่ต้องยอมรับว่านายกรัฐมนตรีมีส่วนสำคัญเพราะเป็นผู้เลือกเฟ้นบุคคลเข้ารับหน้าที่ แต่จากการที่รัฐมนตรีทั้ง 3 ท่านเข้ามาบริหารการศึกษาในระยะเวลาที่ผ่านมา พบว่ายังไม่ค่อยมีผลงานเด่นให้สังคมได้ประจักษ์มากนัก งานที่ทำมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามากกว่าสร้างนวัตกรรมใหม่ที่จับต้องได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องเห็นใจและขอบคุณรัฐมนตรีทั้ง 3 ที่พยายามมุ่งมั่นและทุ่มเทเพื่อให้นโยบายไปสู่การปฏิบัติที่แท้จริง
นายรัฐพงศ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาที่หลายรัฐบาลแก้ไม่ตกโดยเฉพาะงานการศึกษาเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล ก็มีการเปลี่ยนคนเปลี่ยนนโยบายหรือแนวคิด งานที่รัฐบาลเดิมวางไว้กลับไม่สานต่อ แต่กลับมาก่องานใหม่ ในประเด็นนี้บางครั้งข้าราชการผู้ปฏิบัติก็สับสนและปรับตัวไม่ทันจึงก่อให้เกิดปัญหาที่ฉุดรั้งวงการศึกษาไทย ที่สำคัญรัฐมนตรีต้องเข้าใจเข้าถึงเรื่องการศึกษาอย่างแท้จริง และควรกลับไปดูแนวคิดหรือนโยบายที่ได้แถลงไว้ก่อนหน้านี้ว่าเป็นเช่นไรและมีความก้าวหน้ามากน้อยแค่ไหน เช่น รัฐมนตรีว่าการศธ.ได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2559 ณ อาคารรัชมังคลาภิเษก ศธ. ว่าจะน้อมนำพระราชกระแสในหลวงมาปฏิบัติ จะเดินตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จำนวน 6 ด้าน เช่น ด้านความมั่นคง การสร้างความสามารถในการแข่งขัน การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ การสร้างโอกาสความเสมอภาคและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม การสร้างความเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ
นายรัฐพงศ์ กล่าวต่อว่า จะเห็นได้ว่าแนวคิดดังกล่าวเป็นแนวคิดที่สวยหรู แต่วันนี้การจัดการเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติและจับต้องได้ยังน้อยอยู่ จากนนี้รัฐบาลมีโอกาสอีกไม่นานเพื่อสานฝันคนไทยทั้งประเทศและให้เป็นไปตามแนวทางที่นายกรัฐมนตรีอยากเห็นปะเทศและคนไทยก้าวไกลสู่การแข่งขันในโลกยุคดิจิตอลได้อย่างมีคุณภาพ รัฐมนตรีทุกท่านต้องใช้โอกาสนี้สร้างงานให้ประจักษ์ ที่สำคัญการน้อมนำแนวทางการพัฒนาของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ว่าด้วยเรื่อง เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ในขณะเดียวกันสิ่งที่รัฐมนตรีว่าการศธ.ย้ำเสมอคือการป้องกันการทุจริตในศธ. ก็ขอให้จริงจังกับเรื่องนี้เพราะวันนี้บางหน่วยงานและบางสถานศึกษาไม่ว่าระดับใดยังมีผู้ที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ดังนั้นศธ.ต้องเป็นกระทรวงต้นแบบในมิติของกระทรวงสีขาวอย่างแท้จริง

