ม.อ. เปิดศักยภาพ ไบโอดีเซล จ่อจัดทำโมเดลระยะสั้น เตรียมผลักดันสู่การใช้งานจริง
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดศักยภาพ ‘ไบโอดีเซล’ เตรียมจัดทำโมเดลระยะสั้น พร้อมผลักดันสู่การใช้งานจริง หวังให้ประชาชนและเกษตรกรได้รับประโยชน์สูงสุด
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำโดย รศ.นพ.สุนทร วงษ์ศิริ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม ให้การต้อนรับ ศ.ดร.คมกฤต เล็กสกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ในโอกาสเดินทางมาเยี่ยมชม พร้อมประชุมหารืองานด้านไบโอดีเซลและพลังงาน โดยมี ผศ.ดร.นิคม สุวรรณวร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ และบุคลากรของ ม.อ. ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับที่ ห้องประชุมดงยาง 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 7 เมษายน
ในการประชุมหารือเริ่มต้นด้วยการเสนอภาพรวมของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในด้านปาล์มน้ำมันและไบโอดีเซล โดย รศ.ดร.แหลมทอง ชื่นชม ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา โดยได้นำเสนอถึงระบบนิเวศนวัตกรรมที่ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ต่อด้วย ศ.ดร.คมกฤต เล็กสกุล รองผู้อำนวยการ สกสว. ได้กล่าวถึงเจตนารมในการประชุมและการเยี่ยมชมครั้งนี้ เพื่อผลักดันงานวิจัยด้านไบโอดีเซลให้ใช้ได้จริง นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอข้อมูลในด้านวิจัยต่างๆ ดังนี้
ข้อมูลด้านวิจัยและนวัตกรรมของคณะวิศวกรรมศาสตร์ โดย รศ.ดร.จรงค์พันธ์ มุสิกะวงศ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์
ศูนย์วิจัยพลังงานและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดย รศ.ดร.อาคม ปะหลามานิต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพลังงานและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน
ข้อมูลผลงานวิจัย สถานวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนจากน้ำมันปาล์มและน้ำมันพืช โดย (1) รศ.ดร.สัณห์ชัย กลิ่นพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (2) ดร.ทรงธรรม โพธิ์ถาวร ผู้อำนวยการสถานวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนจากน้ำมันปาล์มฯ (3) รศ.ดร.สุกฤทธิรา รัตนวิไล สาขาวิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ และ (4) รศ.ดร.กุลชนาฐ ประเสริฐสิทธิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์
พร้อมได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการของสาขาวิศวกรรมเคมี และสถานวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนจากน้ำมันปาล์มและน้ำมันพืช ทั้งนี้ ศ.ดร.คมกฤต เล็กสกุล รองผู้อำนวยการ สกสว. ได้เสนอแนะให้จัดทำโมเดลระยะสั้น 3-6 เดือน ให้สามารถใช้งานได้จริง เพื่อให้ประชาชนและเกษตรกรได้รับประโยชน์สูงสุด และยังได้วางแผนปรับปรุงอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานโดยเร็วที่สุดอีกด้วย


