‘บิ๊กร.ร.’หนุน ศธ.ลดภาระผู้ปกครอง จี้ออกแนวปฏิบัติเงินบำรุงการศึกษา เพิ่มอาหารกลางวันร.ร.ชายขอบ

20.04.26 | 11:52 น.

‘บิ๊กร.ร.’หนุน ศธ.ลดภาระผู้ปกครอง จี้ออกแนวปฏิบัติเงินบำรุงการศึกษา เพิ่มอาหารกลางวันร.ร.ชายขอบ

นายณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) เปิดเผยว่า ตามที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ประกาศ 3 มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง ในช่วงเปิดภาคเรียน อาทิ ขอความร่วมมือสถานศึกษาทั่วประเทศพิจารณาลดค่า,บำรุงการศึกษาและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ไม่บังคับซื้อชุดลูกเสือ-เนตรนารีเต็มยศ อนุโลมให้ใส่เพียง ผ้าผูกคอและหมวก, เปลี่ยนจากการปักชื่อ-นามสกุลเต็ม เป็นการปักเพียงอักษรย่อโรงเรียน นั้น ส่วนตัวเห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว เพราะเป็นแนวทางลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองอย่างเป็นรูปธรรม ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่ถ้ามองภาพใหญ่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เช่น เรื่องชุดนักเรียนและการปักชื่อบนเสื้อนักเรียน

นายณรินทร์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องใหญ่ที่ต้องให้ความสนใจคือ การลดค่าบำรุงการศึกษา ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับปัจจุบัน เพราะว่าบางโรงเรียนเก็บค่าบำรุงการศึกษาเป็นเงินหลักหมื่น แต่ก็เข้าใจว่าโรงเรียนเองก็มีค่าใช้จ่ายเช่นกัน ดังนั้นอยากให้เห็นแนวปฏิบัติจริงทุกโรงเรียน และคิดว่าโรงเรียนจะให้ความร่วมมือกับผู้ปกครอง เพื่อลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ รวมถึงอยากให้ไปทบทวนรายละเอียดว่า มีเรื่องใดสามารถปรับลดลงได้อีกบ้าง

“หากเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้นยังต้องกลับมาทบทวนในเรื่องของค่าบำรุงการศึกษา และอีกเรื่องที่เป็นเรื่องใหญ่ คือ อาหารกลางวันของนักเรียน โดยในส่วนโรงเรียนขยายโอกาสมีการดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ยังมีโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นที่ติดชายขอบ โรงเรียนมัธยมศึกษาประจำตำบล ประจำอำเภอ และประจำจังหวัด ยังไม่ได้รับเงินค่าอาหารกลางวันอย่างทั่วถึง อยากให้มาดูแลความเป็นอยู่ของนักเรียน ประกอบกับในวิกฤตราคาน้ำมันสูงขึ้น จะมีวิธีการอย่างไรให้ค่ารถรับ-ส่งนักเรียนลดลง” นายณรินทร์กล่าว

นายณรินทร์ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนเรื่องที่อยากฝากถึง รัฐมนตรีว่าการศธ. มี3 ประเด็นหลัก คือ โอกาสทางการศึกษา ซึ่งโครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศของรัฐบาล หรือ โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุนการศึกษา ทุนโอดอส ถือเป็นโครงการที่ดี โดย ปัจจุบันทุนดังกล่าว มีทั้งทุนระยะยาวและทุนระยะสั้น ซึ่งทุนระยะยาวมีการกระจายระดับการศึกษา ตั้งแต่ม.3 (สำหรับทุน ม.ปลาย/ปวช.) หรือม.5/ปวช.2 หรือม.6/ปวช.3 (สำหรับทุนปริญญาตรี) และทุนระยะสั้น คือ ODOS Summer Camp ไปเรียนที่ต่างประเทศ ระยะเวลา 6 สัปดาห์ ในช่วงปิดเทอม อยากให้ขยายระยะเวลาจาก 6 สัปดาห์ เป็น 8 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้น

“เรื่องที่สอง การดึงเด็กหลุดระบบการศึกษาเข้าเรียน ควรจะหานวัตกรรมใหม่ๆ เช่น อาจจะกำหนดโรงเรียนที่เป็น Pilot Project 1 ตำบล 1 โรงเรียน ดูแลเด็กนอกระบบ นำเด็กนอกระบบปรับวิธีการเรียน เปลี่ยนวิธีการสอนใหม่ โดยไม่ต้องมานั่งเรียนประจำ ทำให้เด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษาหรือเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษากลับเข้ามาเรียนใหม่ได้ เป็นนโยบายที่ดีมาก และเรื่องสุดท้าย การผลักดัน ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ… ซึ่งเป็นกฎหมายที่ค้างมานาน อยากให้ดำเนินการต่อ ทั้ง 3 เรื่อง เป็นประโยชน์แก่โรงเรียน บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และผู้ปกครอง แต่ต้องดูกันต่อไปตอนนำมาปฏิบัติจริง” นายณรินทร์กล่าว

Advertisement