หลักสูตร Influencer Branding ม.กรุงเทพ ไม่ได้ปั้นแค่อินฟลูฯ เรียนครบจบใน 3 ปี
อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ในปัจจุบัน คือบุคคลที่มีอิทธิพลต่อความคิด และการตัดสินใจของผู้ติดตามในโซเชียลมีเดีย สามารถโน้มน้าวให้กลุ่มเป้าหมายตัดสินใจซื้อสินค้า พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ได้ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้อินฟลูเอนเซอร์จึงกลายมาเป็น เครื่องมือการตลาดดิจิทัล ที่หลายแบรนด์เลือกใช้กัน
ล่าสุด “มหาวิทยาลัยกรุงเทพ” หนึ่งในมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำของประเทศ ได้เปิดหลักสูตรใหม่ “Global Creator and Influencer Branding” คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ “ดร.ธนปาลี สุวกูล” หัวหน้าภาควิชาการสื่อสารและสื่อใหม่ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ บอกเล่าถึงที่มา และความน่าสนใจของหลักสูตรดังกล่าว
ดร.ธนปาลี เล่าที่มาของหลักสูตรนี้ว่า เดิมมหาวิทยาลัยเปิดหลักสูตรนี้ตั้งแต่ 2564 โดยใช้ชื่อ หลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการสื่อสารและสื่อใหม่ (Communications and New Media) แต่เนื่องจากปัจจุบันอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) เติบโตอย่างรวดเร็ว ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ที่ทำให้โซเชียลมีเดียหลายแพลตฟอร์มเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนเกิด Content Creator (นักสร้างคอนเทนต์) และอินฟลูเอนเซอร์ ขึ้นมามากมาย

“ม.กรุงเทพ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษา เล็งเห็นโอกาส และต้องการปรับตัวตามสถานการณ์ของโลกยุคปัจจุบัน จึงพัฒนาจากหลักสูตรเดิมเปลี่ยนเป็น หลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการสร้างสรรค์และการสร้างแบรนด์อินฟลูเอนเซอร์ระดับสากล (Global Creator and Influencer Branding) โดยหลักสูตรใหม่นี้ มหาวิทยาลัยได้พัฒนาเพื่อให้มีความเข้มข้น ครบเครื่องมากขึ้น โดยหลักสูตรนี้จะ เปิดรับนักศึกษาใหม่ ในปีการศึกษา 2569 นี้”
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยมีศิษย์เก่าที่โดดเด่น เป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียงเช่น “ธรรมชาติ โยธาจุล หรือ “ธรรมชาติ”, เนติเจน เนติรัตนไพบูลย์ หรือ สไปร์ท SPD และ ณัฐธิชา นามวงษ์ หรือเก๋ไก๋ สไลเดอร์” เป็นต้น
เป็นที่น่าสนใจว่า หลักสูตรดังกล่าวนี้ ถือเป็นที่แรกของประเทศอีกด้วย สำหรับจุดเด่นของหลักสูตรนี้ จากที่ ดร.ธนปาลี ได้คุยกับเด็กเจน Z พบว่าส่วนใหญ่น้อง ๆ อยากทำธุรกิจ อยากทำอะไรเป็นของตัวเอง ซึ่งในแง่ของ Content Creator หรือ อินฟลูเอนเซอร์ ก็เป็นเหมือนกับเป็นธุรกิจของเราเอง เราสามารถสร้างคอนเทนต์ตามแพชชั่น ตามตัวตนของเรา ซึ่งจะตอบโจทย์กับเด็กรุ่นใหม่ที่ต้องการทำอะไรที่เป็นตัวเอง และสามารถบริหารจัดการเวลาของตนเองได้ด้วย ค่อนข้างตรงกับสิ่งที่เจน Z ในปัจจุบันต้องการ

ดร.ธนปาลี เล่าเพิ่มเติมว่า หลักสูตร Global Creator and Influencer Branding มีชื่อเล่นว่า “น้อง GIB” หลักสูตรนี้เราได้ปรับปรุงจากหลักสูตรเดิมให้มีความเข้มข้นมากขึ้น เพราะจากที่เคยเปิดสอนในหลักสูตรเดิม ทำให้มหาวิทยาลัยทราบว่า นักศึกษาที่มาเรียนมีหลากหลาย บางคนมั่นใจอยากอยู่หน้ากล้อง บางคนอยากอยู่หลังกล้องเพราะเก่งในการเล่าเรื่องมากกว่า ในขณะที่บางคนเรียนๆไปอยากเป็น โปรดักชัน , Influencer Management และวางแผนกลยุทธ์
ตั้งแต่ปี 1 จะมีวิชาให้นักศึกษาค้นหาตัวตนของตนเอง นอกจากนี้ ยังให้เรียนรู้ถึงความต้องการของผู้บริโภคและคนดู เพื่อสร้างคอนเทนต์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและของคนในสังคม
นอกจากนี้ยังมีวิชา โปรดักชัน การถ่ายภาพ, Graphic Design, มูฟเมนต์การวางตัวต่าง ๆ โดยนักศึกษาจะได้ลงมือทำจริงตั้งแต่ การคิดเรื่องราวที่จะสื่อสาร ได้อยู่หน้ากล้อง ถ่ายภาพ และตัดต่อ เรียกได้ว่านักศึกษาจะเรียนรู้ทุกกระบวนการ รวมถึงวิชาที่เกี่ยวกับการคิดคำนวณภาษี เพราะ “อินฟลูเอนเซอร์” เหมือนกับธุรกิจของเรา ดังนั้น การทำธุรกิจต้องมีการคิดกำไรขาดทุนด้วย นอกจากนี้ยังเรียนกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย
“หลักสูตรนี้ นักศึกษาสามารถจบการศึกษาได้ภายใน 3 ปี จากปกติที่ต้องเรียน 4 ปี โดยหลักสูตรนี้ ความพิเศษของหลักสูตรนี้ แบ่งเป็น 3 track คือ Track 1 คือ ถนัดการอยู่หน้ากล้อง อาจจะปั้นช่องของตัวเอง Track 2 คือ อาจจะไม่ได้ถนัดหน้ากล้องแต่ถนัดเบื้องหลังมากกว่า Track 3 คือ Influencer Management ช่วยซัพพอร์ตเรื่องกลยุทธ์ต่าง ๆ และยังมีความพิเศษคือ ในปีสุดท้ายของการเรียน ถ้านักศึกษารู้แนวทางของตนเองแล้ว และอาจจะกลับไปภูมิลำเนาเพื่อพัฒนาช่อง และตัวตนของตนเองได้” ดร.ธนปาลี ระบุ

การเรียนตลอดหลักสูตร จะอยู่ที่ 330,000-350,000 บาท ส่วนทุนการศึกษา มหาวิทยาลัยเปิดหลากหลายทุน ให้กับผู้เรียนที่สนใจมากเรียนอีกด้วย
หลักสูตรใหม่นี้ มีวิชาที่น่าสนใจ คือ “Influencer Branding” ที่ให้นักศึกษาเรียนตั้งแต่ปี 1 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางการเรียนเลย เพราะมหาวิทยาลัยเชิญอินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียงมาเป็นวิทยากร ให้แรงบันดาลใจให้นักศึกษา ซึ่งทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงตั้งแต่ปี 1 ซึ่งเรามองว่ายิ่งเขารู้เร็ว ก็ยิ่งดีกับตัวเขา และจะเป็นแรงกระตุ้นให้เขาค้นหาตัวตนได้ไวขึ้น
เรียนจบไปทำงานอะไรได้บ้างนั้น ดร.ธนปาลี เผยว่าแล้วแต่ความถนัดของผู้เรียน เรียนจบไปไม่ได้จำกัดทำงานแค่หน้ากล้องเท่านั้น คนที่ไม่ถนันหน้ากล้องอาจจะเป็น Content Creator ในลักษณะของการเล่าเรื่อง หรืออาจจะเป็น ครีเอทีฟ บางคนอาจจะเรียนไปแล้วรู้ตัวว่าถนัดอยู่หลังบ้านมากกว่า ก็อาจจะทำงานด้านวางแผนกลยุทธ์ในการสร้างช่อง คิดคอนเทนต์ เป็นต้น
หลายคนมองว่า ปัจจุบันใครก็เป็น อินฟลูเอนเซอร์ ได้ จำเป็นที่ต้องมาเรียนด้วยหรือ ? ดร.ธนปาลี มองว่า การที่มาเรียน อาจทำให้ค้นหาตัวตนได้เร็วขึ้น อาจจะเป็นทางลัด ทำให้คุณประสบความสำเร็จเร็วขึ้น เนื่องจากมีทีมอาจารย์ที่มีประสบการณ์ตรง มีอุปกรณ์ที่พร้อม มีห้องปฏิบัติการต่าง ๆ ทำให้ไม่ต้องไปลองผิดลองถูกด้วยตนเอง มีคนในวงการมาเทรนโดยตรง ฉะนั้นเขาสามารถพัฒนาช่องตัวเองได้รวดเร็วกว่าคนอื่น อาจจะหกล้มระหว่างทางน้อยกว่า และมีโอกาสที่ประสบความสำเร็จเร็วกว่าคนอื่น
“หลักสูตรนี้ มีความครบเรื่อง เพราะเราพยายามอุดช่องว่างที่เคยมีให้ได้มากที่สุด แต่ปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่าง เราพยายามปลูกฝังให้นักศึกษาปรับตัว และอยู่รอดได้ในทุกสถานการณ์ ประกอบกับการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยจะเน้น Project Based Learning คือให้ลงมือทำจริง รับโจทย์จริงจากบริษัทต่าง ๆ ที่เป็นพาร์ตเนอร์ของเรา ทำให้นักศึกษาฝึกปฏิบัติ ได้ลงมือแก้ไขปัญหาจริง”



