เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม นายรัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.) เปิดเผยกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคําสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 29/2560 เรื่องการส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ซึ่งส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการถ่ายทอดความรู้ ความเชี่ยวชาญจากสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ เพื่อนําองค์ความรู้มาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก รวมทั้ง เสริมสร้างความร่วมมือในการจัดการศึกษา และการวิจัยระหว่างสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศกับสถาบันอุดมศึกษา หรือสถาบันอื่นในไทย เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางการศึกษาของภูมิภาคอาเซียนว่า เรื่องระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก มีคำสั่ง คสช.ที่เกี่ยวข้องอยู่ 4 ฉบับ ได้แก่ 1.คําสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 2/2560 เรื่องการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกลงวันที่ 17 มกราคม 2560 2.คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 27/2560 เรื่องการพัฒนาการศึกษาของประเทศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3.คําสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 28/2560 เรื่องมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก และ 4.คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 29/2560 เรื่องการส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ โดยคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 27-29/2560 ออกมาพร้อมกันเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา
นายรัฐกรณ์กล่าวต่อว่า โดยสาระตนมองว่ารัฐบาลต้องการดึงสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศเข้ามาจัดตั้งการศึกษาตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวะไปจนถึงระดับอุดมศึกษา อย่างคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 27/2560 กำหนดให้สถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงซึ่งได้รับอนุมัติให้จัดตั้งในไทย จะได้รับยกเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎ ดังนี้ 1.กฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน 2.กฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา เฉพาะบุคลากรชาวต่างชาติที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการสอนและการบริหารสถานศึกษาของสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูง และ 3.กฎกระทรวงว่าด้วยระบบหลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา ขณะที่คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 29/2560 ได้รับยกเว้นกฎหมายหรือกฎ ดังนี้ 1.กฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน 2.ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่าด้วยเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา และ 3.หลักเกณฑ์การประกันคุณภาพภายในระดับอุดมศึกษาและการประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษา
นายรัฐกรณ์กล่าวต่อว่า คำสั่งหัวหน้า คสช.ดังกล่าวให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการ ศธ.เบ็ดเสร็จตั้งแต่การแต่งตั้งกรรมการ การอนุมัติจัดตั้งไปจนถึงการเลิกกิจการ ข้อดีคงเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงเข้ามาจัดตั้งมหาวิทยาลัยได้สะดวกขึ้น แต่คำถามคือคำว่าศักยภาพสูง จะใช้อะไรเป็นเกณฑ์มาตรฐาน แสดงว่ามหาวิทยาลัยไทยต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ ส่วนข้อเสียคือเกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างสถาบันอุดมศึกษาต่างประเทศกับไทย อย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดลซึ่งจัดอยู่ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ยังต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานหลักสูตรของไทย ขณะที่มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกเหล่านั้นกลับได้รับการยกเว้น ฉะนั้น จะใช้เกณฑ์อะไรไปวัดว่าจัดได้อย่างมีศักยภาพ และจะมีมหาวิทยาลัยไหนที่จะมาจัดตั้งในไทย
นายรัฐกรณ์กล่าวอีกว่า 3.คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 29/2560 ยังเปิดช่องให้มีความร่วมมือในการจัดการศึกษาและการวิจัยระหว่างสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศกับสถาบันอุดมศึกษาหรือสถาบันอื่นในไทย คำถามคือมหาวิทยาลัยดังกล่าวยังได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎ และกฎหมายไทยหรือไม่ เพราะถ้าเป็นเช่นนี้มหาวิทยาลัยไทยบางแห่งอาจมองหาความร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย ซึ่งที่สุดมหาวิทยาลัยไทยจะถูกกลืนโดยมหาวิทยาลัยต่างชาติ เมื่อเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูง การลงทุนย่อมสูง และค่าเทอมย่อมแพง นักศึกษาไทยที่จะเข้ามาเรียนได้ย่อมเป็นส่วนน้อย อาจมีนักศึกษาต่างชาติมาเรียน แต่นักศึกษาไทยส่วนใหญ่ยากจนคงไม่สามารถเรียนได้ ฉะนั้น ผู้ที่ได้ประโยชน์คือนักศึกษาต่างชาติ เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างนักศึกษา และภาษาอังกฤษเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเด็กไทย เราเตรียมการรองรับพอหรือยัง สุดท้ายจะกลายเป็นการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนต่างชาติ โดยคนต่างชาติ ไม่ใช่เพื่อคนไทย

