วิทยาลัยเปิดใหม่ ‘Chula XL’ เสิร์ฟทุกศาสตร์-หนุนเรียนรู้ตลอดชีวิต
“การเรียนรู้ตลอดชีวิต” หรือ “Lifelong Learning” กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากในปัจจุบัน โดยการเรียนรู้ตลอดชีวิต คือ กระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง ไม่จำกัดวัย หรือรูปแบบ ทุกคนสามารถเรียนหรือหาความรู้ได้ในรูปแบบในและนอกระบบ เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเอง ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก
ล่าสุด “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ได้เปิดวิทยาลัยน้องใหม่ “วิทยาลัยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อประชาชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” หรือ Chula XL มุ่งทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการบูรณาการองค์ความรู้จากทุกศาสตร์ เชื่อมโยงสู่ประชาชนทุกช่วงวัยอย่างเป็นระบบ
“มติชนออนไลน์” มีโอกาสสัมภาษณ์ ศ.ดร.พลกฤษณ์ แสงวณิช คณบดีวิทยาลัยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อประชาชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chula XL) บอกเล่าที่มา และจุดมุ่งหมายในการก่อตั้ง เพื่อรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน
ศ.ดร.พลกฤษณ์ เปิดเผยที่มาของ Chula XL ไว้ว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีระบบการเรียนรู้ในรูปแบบ Non-degree มานานแล้ว โดยมีเป้าหมายคือ ให้ความรู้กับประชาชนทั่วไป แต่ปัจจุบันการศึกษาในรูปแบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) พัฒนาตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และมีความสำคัญขึ้นเป็นอย่างมาก
“จุฬาฯ ตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้ จึงได้จัดตั้งวิทยาลัยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อประชาชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือที่เรียกสั้นๆว่า Chula XL เพื่อดูแลระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตของมหาวิทยาลัย ให้มีความต่อเนื่อง มีการบูรณาการ และมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงเป็นที่มาของการตั้ง Chula XL ขึ้นมา” ศ.ดร.พลกฤษณ์ ระบุ
“Chula XL” เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปลายปี 2568 และเริ่มอย่างเป็นทางการหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ถือว่าเป็นองค์กรที่อยู่ในระดับ “คณะ” ที่มีอายุน้อยเพิ่งเกิดขึ้นมา
ส่วนผู้เรียนนั้น ศ.ดร.พลกฤษณ์ เปิดเผยว่า ผู้เรียนของเราไม่ได้เป็นนิสิต แต่คือ ประชาชนทั่วไป Chula XL ดูแลระบบการศึกษาในภาคพิเศษหลายอย่าง เช่น CHULA MOOC , การอัพสกิล รีสกิล และระบบคลังหน่วยกิต อีกทั้งระบบของจุฬาฯ เชื่อมต่อกับระบบข้อมูลของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) หมายความว่า ผู้เรียนที่เข้ามาเรียนในวิทยาลัย จะได้ประโยชน์ทั้งภายในจุฬา และใช้ประโยชน์จากภายนอกได้ด้วย เพราะเราได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากภาครัฐ
เมื่อเรียนของจุฬาแล้วสามารถยื่นวุฒิไปเรียนที่อื่นได้ด้วยหรือไม่นั้น ศ.ดร.พลกฤษณ์ อธิบายว่า Chula XL ได้รับการรับรองสมรรถนะอย่างเป็นทางการ ผ่านระบบมหาวิทยาลัย และอว. หลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้เรียนว่าจะใช้ไปทำอะไร เช่น ประชาชนทั่วไป นำไปใช้ในการประกอบวิชาชีพ ไปอัพสกิล รีสกิล คนส่วนใหญ่ที่เป็นผู้เรียน ก็ทำงานอยู่แล้ว แต่เขามีสกิลบางอย่างที่ต้องการปรับปรุง ก็จะมาเรียนรู้ผ่านกระบวนการ ผ่านระบบของจุฬาฯ และนำส่วนนี้มาใช้ปรับวุฒิฐานะของเขาในที่ทำงานเดิม หรือนำไปสมัครทำงานใหม่ได้ รวมทั้งสามารถนำการศึกษาระบบนี้ เข้ากับระบบการศึกษาในภาคปกติ ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า “กระบวนการเทียบโอน” โดยนำหน่วยกิตที่อยู่ใน Chula XL ไปเป็นเครดิต หรือหน่วยกิตในระบบหลักสูตรใด หลักสูตรหนึ่ง ในมหาวิทยาลัยทั้งภายในจุฬาฯ และถ้ามหาวิทยาลัยไหน หรือองค์กรการศึกษาอื่นๆ ในประเทศ เห็นว่าเรื่องนี้เป็นประโยชน์ ก็สามารถดึงข้อมูลไปเป็นหน่วยกิต หรือเทียบโอนได้”
Chula XL เปิดรับทุกเพศ ทุกวัย ทุกอายุ เห็นได้จากชื่อ “วิทยาลัยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อประชาชน” หมายความว่าเพื่อประชาชนทุกคน คอร์สบางคอร์สเหมาะกับเด็กประถมศึกษา มัธยมศึกษา บางคอร์สเหมาะกับผู้ใหญ่ในช่วงอายุต่างๆ การเรียนรู้ในระบบของเรานั้นเปิดกว้าง คอร์สมีค่อนข้างเยอะ ปัจจุบันเฉพาะในระบบของ “CHULA MOOC” เพียงอย่างเดียวมีเป็นพันคอร์ส ผู้เรียนของเราแต่ละปีหลักแสนคน
“คอร์สที่น่าสนใจมีจำนวนมาก เช่น คอร์สที่เกี่ยวข้องกับ AI ไม่ว่าจะเป็น AI Literacy หรือคอร์สเกี่ยวกับการเงิน Financial Literacy ที่คนสนใจจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีการสอน “Skill Set” บางอย่าง เช่น การขายของออนไลน์ , การดูแลสุขภาพ เป็นต้น ซึ่งคอร์สพวกนี้ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก และเราทำคอร์สเหล่านี้ไว้ในระบบค่อนข้างเยอะ ทำให้มีฐานผู้เรียนที่กว้างมาก”ศ.ดร.พลกฤษณ์ ระบุ
ศ.ดร.พลกฤษณ์ เผยว่า Chula XL เหมือนเป็นพ่อครัวที่จัดหลักสูตรตามความต้องการของผู้เรียน เนื่องจาก Chula XL เป็นแพลตฟอร์ม แต่คอนเทนต์หรือตัวเนื้อหาสาระ ยังอยู่ที่คณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัย ดังนั้น เมื่อผู้เรียนต้องการเรียนรู้ชุดวิชาอะไร ก็สามารถจัดประสานคณะ ภาควิชาต่างๆ เข้ามาช่วยจัดชุดการเรียนรู้ให้ได้อย่างเป็นระบบ
“จุฬาฯ เป็นองค์กรการศึกษาขนาดใหญ่ มีครบทุกศาสตร์ ตั้งแต่สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เรียกได้ว่าเรามีครบ ทำให้มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ เปรียบเสมือนกับว่า เราเป็นโรงครัวขนาดใหญ่ อยากจะกินผัดไทย ข้าวต้ม อาหารฝรั่ง เราก็สามารถบริหารจัดการมาให้”
แม้เพิ่งเปิดได้ไม่นาน มีคนสนใจหลักแสนคนแล้ว โดย ศ.ดร.พลกฤษณ์ เปิดเผยว่า จำนวนผู้เรียนปัจจุบันมีเป็นหลักแสน ที่อยู่ใน CHULA MOOC เมื่อ CHULA MOOC ย้ายมาอยู่ภายใต้การกำกับของ Chula XL ทำให้ฐานผู้เรียนย้ายตามมาด้วย นอกจากนี้ Chula XL ยังมีกิจกรรมร่วมกับองค์กร หน่วยงานรัฐ เอกชนขนาดใหญ่หลายองค์กร ทำให้ฐานของผู้เรียนขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ Chula XL เพิ่งเปิดได้ไม่นาน จึงไม่สามารถบอกได้ว่าในที่สุดแล้วจะก้าวหน้าไปถึงขนาดไหน แต่แนวโน้มที่พบ คือ ได้รับความสนใจค่อนข้างมาก อาจจะเป็นเพราะการประชาสัมพันธ์ที่เป็นระบบ มีคอร์สที่หลากหลาย
แม้จะเป็นวิทยาลัยเปิดใหม่ แต่ “Chula XL” แต่การบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็น Lifelong Learning , การเรียนการสอนออนไลน์ และการฝึกอบรมต่างๆ เรียกได้ว่ามีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ จุฬาฯบูรณาการต่างๆให้เป็นระบบ
ศ.ดร.พลกฤษณ์ ระบุว่า “Chula XL” เป็นองค์กรแรกของมหาวิทยาลัย ที่ทางทีมบริหาร นำโดยศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี ตั้งใจเปิดขึ้นมาเพื่อที่จะให้เห็นว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง จุดประสงค์ของการตั้ง เพื่อประชาชน รวมถึงนิสิตในมหาวิทยาลัยด้วย
ระบบการศึกษาของเรา เมื่อก่อนเป็นระบบการศึกษาภาคปกติ คือ เรียนจบ เราทุกคนก็จะไปทำงาน แต่ในชีวิตจริงๆ ในระบบการทำงานปัจจุบันไม่ได้อยู่ในสภาพนั้นอีกแล้ว ประชาชนทั่วไปที่ประกอบวิชาชีพ จะพบว่าระยะเวลาของการทำงานนั้นยาวนานมาก ประกอบกับ องค์ความรู้ เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราจะบริหารจัดการ สิ่งเหล่านี้อย่างไร เพื่อประโยชน์ของตนเอง เราถึงมีระบบการศึกษาตามอัธยาศัย การเรียนรู้ตลอดชีวิตขึ้น โอกาสทางการศึกษาจะต้องเปิดกว้างตลอดเวลากับทุกผู้คน คนทุกคนต้องเข้าถึงองค์ความรู้ได้ อยากรู้อะไรต้องได้รู้ จึงเรียกว่า “Lifelong Learning”
“อยากรู้เมื่อไหร่ อยากรู้ในช่วงเวลาไหน อยากรู้ตอนไหน ต้องได้รู้ การเข้าถึงความรู้ต้องเปิดกว้างตลอดเวลา เพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับคนทุกเพศทุกวัย ทุกอายุ จึงจะเรียกว่า Lifelong Learning อย่างแท้จริง”ศ.ดร.พลกฤษณ์ ระบุ

