เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม นายพะโยม ชิณวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ที่มีนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีมติเห็นชอบ แนวทางการจ่ายเงินสวัสดิการสงเคราะห์เป็นค่ารักษาพยาบาลผู้อำนวยการ ครูและบุคลากรทางการศึกษา ของโรงเรียนเอกชน ใน 3 แนวทาง ดังนี้ 1.กองทุนสงเคราะห์ยกเลิกการจัดสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล และให้สมาชิกกองทุนฯทุกคนใช้สิทธิประกันสุขภาพถ้วยหน้า หรือบัตรทอง โดยจะต้องปรับแก้กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจัดสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของกองทุนฯ 2. กองทุนฯ ทำความร่วมมือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) เพื่อขอใช้สิทธิบริการสาธารณสุข ตามาตรา 9 แห่งพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ฯ และส่งเงินสมทบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตามมาตรา 39 และแนวทางที่3. สมาชิกกองทุนสามารถเลือก รับเงินสมทบเข้ากองทุนฯ ตามอัตราเดิม คือ สมาชิกส่ง 3% โรงเรียนสมทบ 3% และรัฐบาลสมทบ 6% และรับสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลจากกองทุนฯ ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี หรือ เลือกรับสวัสดิการบัตรทอง โดยอาจนำเงินสมบทที่รัฐจ่าย 6% มาจ่ายให้กับสปสช. แทน อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้มอบให้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) นำแนวทางดังกล่าวไปหารือกับกฤษฎีกา ว่า หากให้บุคลากรของโรงเรียนเอกชน เลือกใช้สิทธิค่ารักษาพยาบาลตามแนวทางใด แนวทางหนึ่ง จะขัดต่อกฎหมายหรือไม่ ซึ่งหากไม่ขัดกฎหมาย สช. จะเร่งดำเนินการจัดทำระเบียบต่าง ๆ เพื่อประกาศใช้ต่อไป
นายพะโยม กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติ เห็นชอบให้โรงเรียนนอกระบบ สามารถเปิดสอนเป็นภาษาต่างประเทศได้ เนื่องจากพบว่า มีชาวต่างชาติ สนใจเรียนหลักสูตรต่าง ๆ ที่โรงเรียนนอกระบบเปิดสอนอยู่จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียนสอนนวดแผนไทย สอนมวยไทย สอนหลักสูตรทำอาหาร เป็นต้น โดยจากนี้ สช.จะไปกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอนเป็นภาษาต่างประเทศของโรงเรียนนอกระบบ เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนเป็นภาษาต่างประเทศเป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีคุณภาพ สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

