สอศ. ผนึก สมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย ส่งนิสิต นักศึกษาแลกเปลี่ยน ยกระดับผ้าไทยสู่สากล
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม เวลา 10.00 น. ที่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) กระทรวงศึกษาธิการ นายกิตติ ประทีปนาฎศิริ นายกสมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย พร้อมด้วย นายราตรีสวัสดิ์ ธนานันต์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือว่าด้วยการยกระดับและพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษา ด้านศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) กระทรวงศึกษาธิการ กับสมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย

นายกิตติ กล่าวว่า ทางสมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมพิธีลงนามกับทาง สอศ. ในการเปิดโอกาสให้กับนิสิต นักศึกษาไทย จากวิทยาลัย 32 แห่ง โดยเฉพาะแฟชั่นและสิ่งทอ ได้มีโอกาสตัดชุดผ้าไหม ชุดไทยให้กับเอกอัครราชทูตนานาประเทศเป็นการสัมผัสวัฒนธรรม มรดก การแต่งการของต่างประเทศ โครงการนี้ได้รับเกียรติจากสถานทูต 72 แห่ง สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ 18 แห่ง รวมกัน 90 ประเทศ ที่ให้นิสิต นักศึกษา สามารถเข้าไปศึกษาลักษณะการแต่งการของแต่ละประเทศ
“มีความตั้งใจในการแลกเปลี่ยนนิสิต นักศึกษา ให้ได้มีโอกาสไปต่างประเทศ และนำนักศึกษาต่างประเทศมาแลกเปลี่ยนที่ประเทศไทย โดยให้มาอยู่กับโฮสต์แฟมิลี่จะได้ศึกษาความเป็นอยู่ของคนไทย มีหลายประเทศยินดีต้อนรับ ประเทศแรก คือ โมร๊อกโก ทางเอกอัครทูตโมร๊อกโก ได้คัดเลือกนิสิต นักศึกษาไทยผ่านกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ของประเทศโมร๊อกโก เอาโรงเรียนที่มีชื่อเสียงด้านหัตถกรรมมาแลกเปลี่ยนนักศึกษากับทางวิทยาลัยอาชีวศึกษาชุมพร นี่เป็นการแลกเปลี่ยนครั้งแรกที่จะเกิดขึ้น เมื่อทำสำเร็จแล้วการแลกเปลี่ยนครั้งต่อไปจะสามารถเกิดขึ้นตามได้ และมีการตั้งเป้าหมายไว้ว่า ใน 1 ปี จะส่งเด็กไทยประมาณ 200 คน ต่อไปภายใน 5 ปี ประเทศไทยจะมีดีไซต์เนอร์รุ่นใหม่เกิดขึ้น ที่ได้รับการฝึกฝนจากต่างประเทศโดยตรง” นายกิตติ กล่าว

นายราตรีสวัสดิ์ กล่าวว่า โครงการ ‘มหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก‘ เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2553 เป็นโครงการระดับชาติที่มุ่งส่งเสริม อนุรักษ์ และยกระดับผ้าไหมไทยสู่การยอมรับในระดับนานาชาติ ภายได้ความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ มีทั้งหมด 4 ระยะ ปัจจุบันอยู่ในระยะที่สี่ ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบัน โครงการได้พัฒนาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และ Soft Power ของประเทศ โดยบูรณาการองค์ความรู้ด้านแฟชั่น เทคโนโลยีสิ่งทอ และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน อาชีวศึกษาได้ยกระดับรูปแบบการมีส่วนร่วมให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านการจัดการเรียนการสอนเชิงบูรณาการ การสร้างเครือข่ายกับภาคอุตสาหกรรม และการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง
นายราตรีสวัสดิ์ กล่าวต่อว่า ภารกิจหลักที่สำคัญของ สอศ. คือ การผลิตและพัฒนากำลังคนที่เรียนอาชีวศึกษาให้มีสมรรถนะสูง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการบูรณาการศิลปะวัฒนธรรมเข้ากับการจัดการเรียนการสอนสายอาชีพ เช่น ศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ด้วยผ้าไหมไทย ไม่ได้เป็นเพียงมรดกทางภูมิปัญญาและศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่า แต่ยังเป็น Soft Power ที่มีศักยภาพโดดเด่นของประเทศไทยที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและความภาคภูมิใจให้กับคนไทยในระดับสากล
“สอศ.จึงเห็นพ้องกับสมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย ในการยกระดับ Soft Power สู่ระดับโลก ผ่านการออกแบบและตัดเย็บชุดประจำชาติ ให้แก่ เอกอัครราชทูตและกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทย ด้วยผ้าไหมไทย ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีที่นักเรียน นักศึกษา คณะครู จะได้ร่วมกันในการแสดงฝีมือการตัดเย็บเครื่องแต่งกายสู่สายตานานาชาติเป็นการสร้างความเชื่อมั่นได้ว่า นักเรียน นักศึกษาอาชีวะสามารถพัฒนาตนเองเป็นผู้ประกอบการหรือนักออกแบบด้านแฟชั่นมืออาชีพ มีสมรรถนะสูงพอที่จะสามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับนานาชาติได้” นายราตรีสวัสดิ์ กล่าว
นายราตรีสวัสดิ์ กล่าวต่อว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ผ้าไหมและพัสตราภรณ์ของไทย เป็นที่รู้จักในฐานะนวัตกรรมสร้างสรรค์ที่โลกต้องยอมรับและทำให้ผู้เรียน และครู เกิดความภาคภูมิใจในทักษะวิชาชีพของตัวเอง โดยความมุ่งมั่นตั้งใจของทั้งสองหน่วยงานในวันนี้ จะสัมฤทธิ์ผลเป็นรูปธรรมและนำพาอาชีวศึกษาไทยสู่การเป็นผู้นำด้านการออกแบบพัสตราภรณ์ ในระดับภูมิภาคและระดับสากลต่อไป


