นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่นายเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้เชิญภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งพรรคการเมือง นักวิชาการ ผู้บริหารองค์กรหลัก หารือการขับเคลื่อนร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ… นั้น การผลักดันร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ เกิดความล่าช้ามานาน ซึ่งหากผลักดันให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว จะทำให้ประเทศหลุดพ้นจากปัญหา ซึ่งในที่ประชุมดังกล่าว เห็นว่า การดำเนินการ มี 3 แนวทาง ดังนี้ แนวทางที่ 1 จะนำร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ พ.ศ.2542 มาปรับปรับปรุงรายละเอียดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ,2. ใช้ร่างเดิมที่ผ่านคณะรัฐมนตรี(ครม.)แล้ว แต่มีการยุบสภาฯไปก่อน และ3 การยกร่างกฎหมายใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3-4 ปี
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง และเห็นร่วมกันว่า จะต้องดำเนินการผลักดันร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ ให้มีผลบังคับใช้ภายใน 2 ปี ดังนี้ ซึ่งแนวทางแรก เห็นว่า กฎหมายมีความล้าสมัย ไม่สามารถปรับใช้ให้สอดคล้องกับปัจจุบันได้ แต่พ.ร.บ.การศึกษาฯ ปี2542 มีข้อดี คือ เป็นการจัดการศึกษาที่ให้โอกาสประชาชน มีความยืดหยุ่น หลายระบบ ดังนั้นจึงอาจนำมาปรับใช้ในร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่ได้ ส่วนแนวทางที่ 2 คือ ผลักดันร่างฉบับเดิมที่ค้างอยู่ ที่ประชุมเห็นว่า ร่างฉบับดังกล่าวยังมีข้อเสียค่อนข้างมาก และแนวทางที่ 3 คือยกร่างใหม่ โดยนำข้อดี ของพ.ร.บ.ฉบับปี2542 มาผนวกกับร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับที่ค้างอยู่ปี2564 เน้นเรื่องพัฒนาการเด็ก การมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน กระจายอำนาจจากศูนย์กลางไปยังท้องถิ่น เป็นการเรียนรู้สมัยใหม่ที่สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน ทั้งเรื่องปัญญาประดิฐ หรือเอไอ เป็นการเรียนรู้แบบไม่ต้องติดกรอบ ระบบของโรงเรีย
“หากสามารถนำกฎหมายทั้งสองฉบับมาผนวกกันได้ จะมีข้อดีคือ ในชั้นกรรมาธิการ(กมธ.) ที่สามารถกำหนดรายละเอียดตามขอเสนอของแต่ละพรรคไว้ในกฎหมายลูก ซึ่งเท่าที่ดูในที่ประชุมหลายพรรคเห็นด้วยกับแนวทางที่ 3 คือ การยกร่างกฎหมายใหม่ แต่ปัญหา คือ ระยะเวลาในการดำเนินการ ทำให้ไม่มั่นใจว่าจะทำออกมาเสร็จทันรัฐบาลนี้ แนวทางที่ดีที่สุด คือ แนวทางที่ 2 เพราะกฎหมายลูกบางฉบับมีผลบังคับใช้แล้ว ทั้ง พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาพ.ศ.2562 ,พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้พ.ศ.2566 และ พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ.2561 แต่กฎหมายแม่ยังติดขัด ทำให้ระบบการศึกษาขาดความเป็นอิสระ ไม่มีความคล่องตัว ดังนั้นหากดำเนินการตามนี้เชื่อว่า จะได้เห็นพ.ร.บ.การศึกษาฯ มีผลบังคับใช้ได้ทันในรัฐบาลนี้แน่นอน” นายสมพงษ์ กล่าว

