‘อัครนันท์’ ทลายฝันร้ายปัญหา นร.ลพบุรีถูกครูล่วงละเมิดเรื่องค้างนาน 2 ปี ทุบโต๊ะคืนความยุติธรรมจบในสัปดาห์เดียว ลั่นใครละเมิดเด็กต้องถูกลงโทษเด็ดขาด
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ คุณปารมี ไวจงเจริญ นายรวีภัทร์ จิรศักดิ์วัฒนา คณะทำงาน ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ นายวรวงศ์ วรปัญญา ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดลพบุรี ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้ากรณีอดีตครูโรงเรียนเอกชนจังหวัดลพบุรีล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน เพื่อหาข้อสรุปและปิดจ๊อบปัญหาที่ค้างคามานานกว่า 2 ปีให้จบสิ้นภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์ หลังจากที่ได้ลงพื้นที่ติดตามด้วยตนเองเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา
นายอัครนันท์ กล่าวว่า จากการรับฟังความทุกข์ใจของครอบครัวผู้เสียหายที่ต้องเผชิญความกังวลมาอย่างยาวนาน ตนมองว่าเงินเยียวยาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเทียบได้กับความเสียหายทางจิตใจที่เด็กได้รับ เมื่อโรงเรียนเกิดข้อบกพร่องในการปกป้องเด็ก กระทรวงศึกษาธิการในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล จะต้องทำหน้าที่เป็นร่มให้กับครอบครัวแทนโรงเรียน โดยตนได้สั่งการให้ สช.ปรับปรุงมาตรการตรวจสอบจรรยาบรรณครูอย่างเข้มข้น และกำชับให้ทุกโรงเรียนติดตั้งกล้องวงจรปิดในมุมอับเพื่อป้องกันเหตุอย่างเด็ดขาด

”ผมยอมรับว่าที่ผ่านมากระทรวงฯ อาจมีความหละหลวมในการสั่งการ ต่อจากนี้เราจะเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด โดยในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ ผมจะเปิดศูนย์พิทักษ์สิทธิเสรีภาพ และสวัสดิภาพอย่างเป็นทางการ เพื่อบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานภายในกระทรวงฯ เข้าด้วยกัน ขอยืนยันว่าเราจะไม่ทอดทิ้งเด็ก และจะติดตามการเยียวยาสภาพจิตใจร่วมกับ พม.อย่างต่อเนื่องจนกว่าน้องจะกลับมาเข้มแข็ง” นายอัครนันท์ กล่าว

นายอัครนันท์ กล่าวต่อว่า สำหรับกลไกของศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ตนได้วางระบบการทำงานไว้ 3 มิติหลัก เพื่อไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ได้แก่ 1.ระบบป้องกันการเกิดเหตุ โดยการสร้างความตระหนักรู้ให้บุคลากรเคารพสิทธิเด็ก เลิกใช้ระบบอำนาจนิยมในโรงเรียน รวมทั้งวางระบบแนะแนวดูแลสุขภาพจิตที่มีประสิทธิภาพ 2.ระบบรับแจ้งเหตุที่ทันสมัย โดยจะนำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มอย่าง Traffy Fondue มาใช้เพื่อให้เด็ก และผู้ปกครองร้องเรียนตรงมายังศูนย์ฯ ได้ทันที ลดปัญหาการไกล่เกลี่ยหรือปิดข่าวกันเองภายในโรงเรียน และ 3.ระบบการเยียวยาทั้งด้านร่างกายและจิตใจอย่างจริงจัง
”เป้าหมายของผมคือการทำให้ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ แห่งนี้เป็นที่พึ่งที่มั่นคงและถาวร ใครก็ตามที่รังแกเด็กหรือละเมิดสิทธิเสรีภาพในสถานศึกษา จะต้องถูกลงโทษขั้นเด็ดขาด ผมจะลงมือเคลียร์ทุกความทุกข์ของประชาชนด้วยตัวเอง เพื่อให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน” นายอัครนันท์ กล่าว


