อัครนันท์ ถกปมชุดลูกเสือ เล็งปรับรูปแบบยืดหยุ่น-ทันสมัย ลดภาระผู้ปกครอง แต่ยังคงอัตลักษณ์
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (NSOT) รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมบูรณาการระหว่างสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ กับสำนักงานกฤษฎีกา หาแนวทางการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงชุดเครื่องแบบลูกเสือและเนตรนารี เตรียมยกร่างแก้ไข กฎกระทรวงศึกษาธิการ เครื่องแบบและการแต่งกายลูกเสือ พ.ศ. … ตอบรับเสียงสะท้อนจากสังคมให้เข้ากับยุคสมัย เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว และเพิ่มความคล่องตัวในการเรียนรู้ของเด็กนักเรียน โดย นายวรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทำหน้าที่เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ นายสันติ สิงหาพรม ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการ สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ นายมงคล พลายชมพูนุท ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาลูกเสือและบุคลากรทางการลูกเสือ และผู้แทนจากสำนักงานกฤษฎีกา เข้าร่วม ณ ห้องประชุมวชิราวุธ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

เลขาธิการ สลช.กล่าวว่า เครื่องแบบลูกเสือมีมิติทางกฎหมายรองรับชัดเจน (พระราชบัญญัติลูกเสือ) และลูกเสือทั่วโลกต่างก็มีเครื่องแบบซึ่งถือเป็นอัตลักษณ์สำคัญ นอกจากนี้ เครื่องแบบยังสะท้อนถึงมิติทางประวัติศาสตร์ที่มีมาตั้งแต่ พ.ศ.2454 (ยุคเริ่มต้นสมัยรัชกาลที่ 6) และเป็นเครื่องมือทางจิตวิทยาในการฝึกระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ และความภาคภูมิใจ
แนวทางการปรับปรุงเครื่องแบบลูกเสือ คือออกแบบให้ทันสมัยและเข้ากับสภาพอากาศ เน้นใช้ผ้าที่ระบายอากาศได้ดี น้ำหนักเบา ลดความร้อนและความอึดอัด ต้องมีความคล่องตัวและปลอดภัย ปรับรูปแบบให้เหมาะกับการเคลื่อนไหวและการทำกิจกรรมภาคสนาม ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง สนับสนุนการใช้รูปแบบที่ยืดหยุ่นตามบริบทสถานศึกษา เช่น อาจสวมชุดนักเรียนหรือชุดพละแล้วใส่เพียงสัญลักษณ์สำคัญ (ผ้าผูกคอ วอกเกิล) รวมถึงเสนอให้มีระบบชุดยืม-หมุนเวียน และการควบคุมราคามาตรฐานกลาง แต่คงอัตลักษณ์สำคัญ
รมช.ศธ.กล่าวย้ำว่า การปรับปรุงครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำสนับสนุนทุกโรงเรียนและทุกพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการ “เรียนรู้สู่โลกความจริง” และบูรณาการทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 เราต้องการรักษาคุณค่าเดิมของกิจการลูกเสือไทยที่มุ่งสร้างวินัย จิตอาสา และภาวะผู้นำ แต่รูปแบบต้องปรับให้ยืดหยุ่น เหมาะสมกับชีวิตจริงของเด็กและครอบครัวยุคใหม่ เพื่อให้เยาวชนไทยพัฒนาตนเองได้อย่างยั่งยืน


