เอาจริง ! ‘ประเสริฐ’ สั่งเดินหน้าลดภาระครู ทบทวนโครงการซ้ำซ้อน ใช้เอไอช่วยงานเอกสาร
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ. ว่า ที่ประชุมหารือและกำชับแนวทาง “ลดภาระงานครู” เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมภายในปี 2569 โดยเฉพาะในช่วงเปิดภาคเรียนที่ครูมีภารกิจด้านการจัดการเรียนการสอนและงานสนับสนุนจำนวนมาก โดยขอให้ เร่งทบทวนและปรับลดโครงการที่มีความซ้ำซ้อนหรือไม่จำเป็น ให้ทุกหน่วยงานร่วมกันพิจารณาภารกิจ งานเอกสาร และโครงการต่าง ๆ ที่สามารถปรับลดขั้นตอนหรือบูรณาการร่วมกันได้ เพื่อลดภาระงานที่ใช้เวลาของครู และเพิ่มเวลาในการดูแลนักเรียนและการจัดการเรียนการสอนมากขึ้น และปรับปรุงเครื่องมือการทำงาน ด้วยเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ผลักดันการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและเอไอ มาใช้สนับสนุนงานด้านเอกสาร งานรายงาน และงานธุรการ เพื่อลดขั้นตอนการทำงาน ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของครูในทุกระดับ
“ทั้งนี้การดำเนินงานจะต้องสามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน โดยทุกหน่วยงานต้องรายงานผลความคืบหน้า ทั้งจำนวนโครงการที่ปรับลด จำนวนชิ้นงานที่ลดลง รวมถึงสามารถช่วยลดเวลาการทำงานของครูได้มากน้อยเพียงใด โดยมอบหมายให้นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ.ติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งขับเคลื่อนให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง รวมถึงต้องมีการกำหนดตัวชี้วัด หรือKPI ด้านการลดภาระงานครูด้วยว่าข้อสั่งการของตนที่ให้แต่ละหน่วยงานไปลดภาระงาน หรือโครงการที่ซ้ำซ้อนนั้นได้ดำเนินการไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์”นายประเสริฐ กล่าว
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังหารือการดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วน 5 ด้าน คือ 1.คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก 2.รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านปรับการจัดสรรงบประมาณให้ตรงจุด 3.ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง ปรับหลักสูตรเน้นทักษะอาชีพ 4.โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง และ 5.ผลักดันร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ… เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในรัฐบาลนี้ โดยให้มีการสรุปผลการประชุมในวันที่ 27 พฤษภาคม เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติให้สถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศได้รับทราบอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบ ว่า ขณะนี้พระราชกำหนดการกู้เงิน 4 แสนล้าน มีผลบังคับใช้แล้ว มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับศธ. ทั้งในเรื่องการช่วยเหลือประชาชน และการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ซึ่งต้องเตรียมความพร้อมเพื่อให้การดำเนินการเห็นผลเป็นรูปธรรมต่อไป


