18 หน่วยงาน ร่วมพิธีลงนาม MOU ว่าด้วยความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายความปลอดภัยและพื้นที่สร้างสรรค์ในสถานศึกษา “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” กดปุ่มเปิดระบบ SAFE SCHOOL โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ความปลอดภัยอย่างแท้จริง
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ที่หอประชุมคุรุสภา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายความปลอดภัยและพื้นที่สร้างสรรค์ในสถานศึกษา ระหว่างภาคีเครือข่าย 18 หน่วยงานโดยมีนายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พร้อมด้วยผู้บริหารของทั้ง 18 หน่วยงานร่วมกดปุ่มแสดงเจตนารมย์ และร่วมเปิดระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินอัจฉริยะ EDU SAFE ส่งพิกัด GPS อัตโนมัติพร้อมสนทนาสดกับเจ้าหน้าที่ โดยนายประเสริฐ กล่าวว่า เราเชื่อว่าการศึกษาเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่และต้องอาศัยพลังของทุกคน เป็น “All for Education” ดังนั้น จึงมีการลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับ 18 หน่วยงาน ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา เพื่อแก้ไขปัญหานักเรียน ครู ถูกทำร้าย ทั้งร่างกายและจิตใจ ตามที่เป็นข่าวเช่นที่ผ่านมา ทั้งนี้ ส่วนตัวของชื่นชมสพฐ.ที่ได้พัฒนาเทคโนโลยีขั้นพื้นฐาน EDU SAFE ออกมา ที่เหมาะสมกับการให้นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการคุ้มครองอย่างต่อเนื่อง

“การพัฒนา EDU SAFE ของสพฐ. ถือเป็นเรื่องที่ดี โดยอยากให้ช่วยพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น เพื่อให้นักเรียน ครูมีความสะดวกในการใช้งาน ส่วนสำคัญสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งทำงานใกล้ชิดกับนักเรียน ครู ก็จะต้องเข้ามากำกับดูแลโรงเรียนให้การดำเนินการต่าง ๆ สำเร็จลุล่วง เชื่อว่าด้วยพลังของทุกฝ่าย จะเป็นตัวชี้วัดได้ว่า สถานศึกษาจะมีอัตราความปลอดภัยที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เรื่องยาเสพติด เด็กถูกทำร้าย ร่างกายและจิตใจ ตลอดจนภัยออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อให้เด็กได้ใช้เวลากับการศึกษาอย่างเต็มที่” นายประเสริฐ กล่าว

นายพิเชฐ กล่าวว่า สถานศึกษาปลอดภัย เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของ รมว.ศธ. การลงนามครั้งนี้ เพื่อแสดงเจตจำนงค์ของในการช่วยพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพ นับตั้งแต่วันนี้เด็กๆ ทั้ง 29,005 โรงเรียน สังกัดสพฐ. จะต้องได้รับการดูแลให้มีความปลอดภัยทั้งร่างกาย และจิตใต โดยสพฐ. ได้พัฒนาระบบ ใช้เทคโนโลยีเอไอเข้ามาช่วยในการรักษาความปลอดภัย ขณะเดียวกันยังช่วยลดภาระครูได้เป็นอย่างดี

“สาระสำคัญของ MOU ฉบับนี้ มุ่งเน้นการสร้างระบบความปลอดภัยในสถานศึกษาแบบบูรณาการทั้งระบบ ครอบคลุมทั้งการป้องกัน ดูแล ช่วยหลือ และคุ้มครองผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา จากภัยในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรง อุบัติเหตุ การละเมิดสิทธิ ปัญหาสุขภาพกายและจิตใจ ปัญหายาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า ตลอดจนภัยออนไลน์ และอาชญากรรมไซเบอร์ที่กำลังส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนา พื้นที่สร้างสรรค์ภายในสถานศึกษา ผ่านกิจกรรมด้านศิลปะ ดนตรี กีฬา นันทนาการ และการพัฒนาทักษะชีวิต เพื่อเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชน ได้ใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ พัฒนาศักยภาพของตนเอง และแสดงออกอย่างเหมาะสม ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ โดยหน่วยงานแต่ละแห่งจะเข้ามามีบทบาทเฉพาะด้านตามความเชี่ยวชาญ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข จะสนับสนุนการคัดกรองสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้เรียน รวมถึงการอบรมการปฐมพยาบาล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะร่วมผลักดันการรู้เท่าทันดิจิทัลและความปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อรับมือปัญหาการกลั่นแกล้งออนไลน์ และภัยทางอินเทอร์เน็ตในกลุ่มเยาวชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะร่วมดูแลความปลอดภัยและป้องกันอาชญากรรม ยาเสพติด และความรุนแรงในสถานศึกษา พร้อมสนับสนุนโครงการ D.A.R.E. เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชน” นายพิเชฐ กล่าว

เลขาธิการกพฐ. กล่าวต่อว่า ขณะที่สำนักงาน ป.ป.ส. จะสนับสนุนมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมถึงระบบเฝ้าระวัง คัดกรอง และส่งต่อผู้เรียนกลุ่มเสี่ยงเข้าสู่กระบวนการดูแลอย่างเหมาะสม กระทรวงคมนาคม จะเข้ามาสนับสนุนมาตรฐานความปลอดภัยด้านการเดินทางของนักเรียน ทั้งรถรับส่งนักเรียนและการเดินทางไปทัศนศึกษา รวมถึงการรณรงค์เรื่องวินัยจราจร ขณะที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะสนับสนุนกิจกรรมกีฬาและนันทนาการ ขณะเดียวกัน กระทรวงวัฒนธรรม จะร่วมส่งเสริมการใช้ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ในการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ในโรงเรียน ส่วนกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จะสนับสนุนผู้เรียนด้อยโอกาสและกลุ่มเปราะบาง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา เป็นต้น

